This is default featured slide 1 title

Go to Blogger edit html and find these sentences.Now replace these sentences with your own descriptions.

This is default featured slide 2 title

Go to Blogger edit html and find these sentences.Now replace these sentences with your own descriptions.

This is default featured slide 3 title

Go to Blogger edit html and find these sentences.Now replace these sentences with your own descriptions.

This is default featured slide 4 title

Go to Blogger edit html and find these sentences.Now replace these sentences with your own descriptions.

Recent Video

วันจันทร์ที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

10 สูตรวิธีรักษาสิวและทำให้หน้าใส ด้วยขมิ้นชัน

สำหรับใครที่กำลังมองหาสูตร วิธีรักษาสิวแบบธรรมชาติ หรือวิธีทำให้หน้าใสแบบธรรมชาติ…อย่าได้พลาดค่ะ วันนี้เราได้รวบรวมสูตรวิธีมากมายเกี่ยวกับการรักษาสิวด้วยขมิ้น รวมถึงสูตรหน้าใสด้วยขมิ้นมาฝากค่ะ ซึ่งเป็นสูตร เป็นภูมิปัญญาของคนสมัยแต่ก่อน สำหรับสาวๆ แล้วการใช้ขมิ้นทาผิวหน้าจะทำให้ผิวหน้านุ่มนวล คนมาเลเซียและคนไทยสมัยก่อนจะใช้ขมิ้นในการอาบน้ำ ทำให้ผิวผ่องยิ่งขึ้น วิธีการอาบน้ำด้วยขมิ้นนั้น จะทาขมิ้นหมักไว้ที่ผิวหนังสักพัก แล้วจึงขัดออกด้วยส้มมะขามเปียก นอกจากทำให้ผิวหนังนุ่มนวลแล้ว ขมิ้นยังมีสรรพคุณในการป้องกันการงอกของขน ผู้หญิงอินเดียจึงใช้ขมิ้นทาผิวหนัง เพื่อป้องกันไม่ให้ขนงอก คนพม่าเชื่อว่าถ้าใช้ขมิ้นผสมสมุนไพร ที่ชื่อทาคาน่า ทาผิวเด็กสาวตั้งแต่ยังเล็กๆ จะทำให้เนื้อผิวละเอียดสวยชนิดที่หนุ่มมองได้ไม่วางตาเชียวละค่ะ 


มารู้จัก ”ขมิ้น” กันเถอะ
ขมิ้นชัน” เป็นพืชสมุนไพร และประโยชน์ของขมิ้นชันกับผิวนั้นไม่ได้แค่ต่อต้านหรือลดการอักเสบหรือรักษาสิวเท่านั้น แต่ยังใช้ทาผิวที่มีผดผื่นคัน ผงขมิ้นใช้ทาตัวเพื่อให้มีสีผิวกระจ่างขึ้นด้วยเมื่อใช้เป็นประจำและช่วยฆ่าเชื้อ ที่ทำให้เกิดโรคผิวหนังบางชนิดยังช่วยบำรุงให้สีผิวกระจ่างขึ้นด้วยเมื่อใช้เป็นประจำ ขมิ้นชันได้รับการยอมรับว่าช่วยลดการอักเสบและลดการระคายเคืองเมื่อนำมาใช้กับผิว อย่างที่รู้กันว่าสิวนั้นเกิดจากแบคทีเรีย P.acne ที่ทำให้เกิดการอักเสบหรือบวมแดงที่เราเห็น ซึ่งก็ได้มีการวิจัยว่าขมิ้นชันสามารถหยุดยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อแบคทีเรียตัวนี้ได้และสามารถผสมใช้ร่วมกับNeem oil, Tea Tree oil เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพมากขึ้น ยังมีการวิจัยอื่นที่บอกอีกว่าขมิ้นชันช่วยปรับสภาพผิวเพื่อให้ผิวดูอ่อนเยาว์ขึ้น ช่วยให้แผลหายเร็วขึ้น ทำให้ไม่แปลกใจเลยที่มีการผสมขมิ้นชันในเครื่องสำอางที่ขายตามท้องตลาดมากมาย


สูตรวิธีรักษาสิวและทำให้หน้าใส

1 สูตรขมิ้นสด + ดินสอพอง + น้ำมะนาว
สูตรนี้ช่วยบำรุง: ผิวหน้าให้ผุดผ่องสดใสอ่อนวัย และช่วยให้สิวยุบเร็ว

ส่วนผสม
ขมิ้นสด (เล็กน้อย)
ดินสอพอง 2-3 เม็ด
มะนาว 1 ผล
วิธีทำ
นำขมิ้นสดมาล้างน้ำให้สะอาดหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ ปั่นรวมกับดินสอพองและมะนาว จนละเอียดรวมเป็นเนื้อเดียวกัน จะได้เนื้อครีมข้นและเหนียวใช้สำหรับนำมาพอกกับหน้าที่สะอาดแล้วก่อนเข้านอน โดยพอกทิ้งไว้ประมาณ 15-20 นาที จึงล้างออกด้วยน้ำสะอาด จะรู้สึกผิวหน้าสดชื่นและเต่งตึงขึ้นด้วย ทำเป็นประจำสัปดาห์ละ 3 - 4 ครั้งภายในเวลาไม่ถึงเดือนจะสังเกตเห็นว่าผิวหน้าดูดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ก็จะเห็นความเปลี่ยนแปลงจนสามารถสังเกตได้มะนาว จะทำให้ผิวนวลเนียนขึ้นสามารถสัมผัสได้ และเมื่อผสมรวมกันกับผักแว่น ก็จะยิ่งทำให้ผิวหน้าดูดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด


2 สูตรดินสอพองผสมน้ำมะนาว หรือน้ำมะขามเปียก
สูตรนี้ช่วยบำรุง: เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาผิวมัน รูขุมขนกว้าง และมีสิวเสี้ยน สูตรนี้สามารถเปลี่ยนจากน้ำมะนาวมาเป็นน้ำมะขามเปียกก็ได้ค่ะ
ผลที่ได้ : จะช่วยให้ผิวหน้าเนียนนุ่มขึ้น รูขุมขนกระชับ และความมันลดลง ให้ผลเร็ว 1-3 วันเห็นผลแน่นอน สิวแห้ง ยุบลง

ส่วนผสม
ดินสอพองสะตุ 3 - 4 เม็ดใหญ่
น้ำมะนาว 2 ช้อนชา
วิธีทำ
นำดินสอพองสะตุมาบดละเอียดด้วยภาชนะที่สะอาด ผสมน้ำมะนาวลงไป คนให้เข้ากัน (มันจะกลายเป็นครีมข้นๆ)
ดินสอพองจะพองตัวขึ้นและมีฟองอากาศ นั่นเพราะดินสอพองกำลังทำปฏิกิริยากับกรดในน้ำมะนาวนั่นเอง
จากนั้นทาครีมดินสอพองจนทั่วใบหน้ายกเว้นรอบดวงตา หรือจะแต้มเฉพาะตรงที่หัวสิวก็ได้ค่ะ ทิ้งไว้ 15 - 20 นาทีหรือจะทาก่อนนอนทิ้งไว้จนเช้าก็ได้
วิธีล้าง
ให้ล้างด้วยน้ำอุ่น แล้วใช้ผ้าเช็ดเบา ๆ บริเวณที่มีสิวเสี้ยน
จากนั้นล้างอีกครั้งด้วยน้ำเย็นเพื่อกระชับรูขุมขน
ทำเป็นประจำสัปดาห์ละ 1 - 2 ครั้ง


3 สูตรผงขมิ้นผสมกับน้ำมะนาว
สูตรนี้ช่วยบำรุง: ก็เป็นอีกสูตรที่ใช้กันเยอะ โดยเฉพาะคนที่เป็นสิวเยอะมากบนใบหน้า พอลองใช้สูตรนี้แล้วพบว่า ช่วยลดอาการบวมแดงจากสิว สิวยุบเร็ว สิวและรอยสิวลดลง และหน้าเนียนขึ้นด้วย

วิธีทำ
ผสมผงขมิ้นชันกับน้ำมะนาว หรือถ้าอยากให้ข้นสามารถผสมกับน้ำมันต่างๆได้และแต้มที่สิวก่อนนอน หรือจะพอกทั่วทั้งใบหน้าก็ได้ ถ้าหากคุณเป็นสิวบนใบหน้าเยอะมาก โดยไม่ต้องล้างออก ทิ้งไว้อย่างน้อยครึ่งชั่วโมง หรือจนคุณทนไม่ได้เพราะเมื่อพอกแล้วมันจะรู้สึกแสบหน้าค่ะ แต่ถ้าทิ้งข้ามคืนได้จะดีมากกกค่ะ


4 สูตรผงขมิ้นผสมกับน้ำนม หรือน้ำผึ้ง
สูตรนี้ช่วยบำรุง: ช่วยให้สิวยุบเร็วและช่วยบำรุงผิวหน้าให้ผุดผ่องสดใสอ่อนวัย
ผลที่ได้ : ช่วยให้สิ้วเสี้ยนหลุด สมานผิวและรูขุมขนกระชับขึ้น ช่วยรักษาแผลที่เกิดจากสิวอักเสบ ไม่ให้เกิดเป็นแผลเป็น ทำให้ผิวหน้าเนียนนุ่ม

วิธีทำ
ครีมขัดและพอกหน้า นำขมิ้นผงผสมกับน้ำนม หรือน้ำผึ้ง จากนั้นล้างหน้า ให้สะอาดแล้วนำขมิ้นที่เตรียมไว้ขัดใบหน้าเบา ๆ จนทั่วพอกไว้อย่างนั้นประมาณ 5 นาที ล้างออกได้ด้วยน้ำอุ่น ๆ

หรืออีกวิธี คือ ใช้เหง้าขมิ้นสดมาหั่นบาง ๆ แล้วตากแห้ง นำมาบดเป็นผงให้ละเอียดผสมกับน้ำนมทาตัวเอาไว้ก่อนจะอาบน้ำทิ้งไว้ 10 - 20 นาที เป็นอย่างน้อย แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด หรือตามด้วยการอาบน้ำชำระร่างกาย ผลที่ได้รับคือ ช่วยให้ผิวนุ่มนวลเนียน แก้โรคผดผื่นคัน หรือจุดด่างดำบนร่างกายให้หายไป


5 สูตรขมิ้นชันสด
สูตรนี้ช่วยบำรุง: สำหรับคนที่ใช้ขมิ้นผงแล้วแพ้ เปลี่ยนมาใช้แบบสดดีกว่าค่ะ (เพราะเคยมีคนที่เกิดอาการแพ้ขมิ้นผง พอเปลี่ยนมาใช้แบบสดก็สามารถใช้ได้ไม่เกิดอาการแพ้ค่ะ)
ผลที่ได้ : ผิวเนียนขึ้น สิวอุดตัน สิวอักเสบ หายหมดค่ะ

วิธีใช้
- นำขมิ้นชันสดมาปลอกเปลือก แล้วนำไปปั่นแล้วเอาไปใส่กระปุกแช่ตู้เย็นไว้ค่ะ พอครบ 1 อาทิตย์ ก็ทำใหม่ค่ะ
- ใช้คอตต้อนบัด จิ้มๆ น้ำแล้วนำมาทาหน้า ก่อนล้างหน้า 10-15 นาที
- ควรใช้ตอนเย็น เพราะหน้าจะเหลือง ต้องล้างประมาณ 2 ครั้งถึงจะออกค่ะ 


6 สูตรน้ำผึ้ง
น้ำผึ้ง” มีสรรพคุณลดการอักเสบ และติดเชื้ออยู่ด้วย และเร่งการสร้างเนื้อเยื่อใหม่น้ำผึ้งจึงใช้สมานบาดแผลชนิดต่างๆ
สูตรนี้ช่วยบำรุง: สูตรน้ำผึ้งนี้เหมาะสำหรับคนผิวแห้ง แพ้ง่าย มะนาวอาจจะทำให้เกิดความระคายเคืองและแห้งมากขึ้น สูตรนี้จึงใช้น้ำผึ้งที่มีคุณสมบัติสมานผิวเข้ามาแทนที่ และยังเพิ่มความชุ่มชื้นด้วยน้ำมันงา

ส่วนผสม 
ดินสอพองสะตุ 3 - 4 เม็ดใหญ่
น้ำผึ้ง 2 ช้อนชา
น้ำเปล่า 1/2 ช้อนชา
น้ำมันงา 1/2 ช้อนชา
วิธีทำ
นำดินสอพองสะตุมาบดละเอียด ผสมน้ำผึ้งและน้ำมันงา (หรือน้ำมันมะกอกก็ได้) คนให้เข้ากัน
น้ำมาพอกให้ทั่วใบหน้ายกเว้นรอบดวงตา
ทิ้งไว้ 15 - 20 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด
หลังล้างหน้าจะมีความมันของน้ำมันงาหลงเหลืออยู่บ้าง
หากไม่ชอบให้ล้างด้วยน้ำอุ่นแล้วตามด้วยน้ำเย็น


7 สูตรน้ำนมขมิ้น
สูตรนี้ช่วยบำรุง: น้ำนมมีคุณสมบัติช่วยให้ผิวเนียนนุ่ม ชุ่มชื่น และบวกกับขมิ้นที่ช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อแบคทีเรีย แก้ผดผื่นคัน และบำรุงผิวให้เปล่งปลั่งด้วย สูตรนี้เหมาะกับทุกสภาพผิว

ส่วนผสม
ดินสอพองสะตุ 4 - 5 เม็ดใหญ่
นมสด 2 ช้อนชา
น้ำขมิ้น 1 ช้อนชา
วิธีทำน้ำขมิ้น
นำหัวขมิ้นมาล้างน้ำให้สะอาด หั่นเป็นแว่นแล้วตำจนแหลก
ผสมน้ำเล็กน้อย กรองเอาน้ำด้วยผ้าขาวบาง
วิธีทำ
บดดินสอพองสะตุจนละเอียด แล้วคนส่วนผสมทุกอย่างให้เข้ากัน พอกหน้าทิ้งไว้ 15 - 20 นาที จากนั้นล้างออกด้วยน้ำสะอาด


8 สูตรขมิ้นแห้ง 25 กรัม + ว่านนางคำ 200 กรัม + ไพล 50 กรัม + ดินสอพอง 1000 กรัม
ส่วนผสม
นำขมิ้นแห้ง 25 กรัม + ว่านนางคำ 200 กรัม + ไพล 50 กรัม + ดินสอพอง 1000 กรัม
วิธีทำ
นำมาบดผสมกัน ใช้พอกหน้า และตัวเพื่อบำรุงผิวได้ (ถ้าผิวมันใช้ผสมกับน้ำมะกรูดเผาไฟ ถ้าผิวแห้ง ใช้ผสมกับน้ำผึ้ง หรือ นมสด) ควรพอกประมาณ 5 - 10 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำอุ่น ตามด้วยน้ำเย็น สลับกัน


9 สูตรดินสอพอง ผสมกับขมิ้น
ขมิ้น มีสรรพคุณ ฆ่าเชื้อโรคอ่อน ๆ มันก็สามารถบรรเทาอาการสิวคุณได้

วิธีทำ
 นำดินสอพองมาผสมกับผงขมิ้น คนให้เข้ากัน แล้วนำมาแต้มที่หัวสิว แต่ถ้าจะเอามาพอกหน้า ควร ลด ขมิ้นผงลง เพราะคุณอาจจะกลายเป็น ดีซ่านได้


10 ดินสอพอง ผสมกับไพล
ไพล เป็น ญาติกับ ขมิ้น แต่ไพล มีสีเหลืองนวล อ่อนกว่า ขมิ้น
มีสรรพคุณช่วย บำรุงผิว ลดอาการระคายเคือง วิธีทำ นำดินสอพองมาผสมกับไพล คนให้เข้ากัน แล้วนำมาแต้มที่หัวสิว

วิธีทำ
นำดินสอพองมาผสมกับไพล คนให้เข้ากัน แล้วนำมาแต้มที่หัวสิว หรือนำไปพอกหน้าก็ได้

หวังว่าบทความนี้ คงจะเป็นประโยชน์บ้างไม่มากก็น้อย สำหรับผู้ที่กำลังประสบกับปัญหาสิว และมองหาวิธีรักษาสิวแบบธรรมชาตินะค่ะ 

เรียบเรียงข้อมูลโดย : acnecaresite.blogspot.com
ขอขอบคุณข้อมูลเพิ่มเตอมจาก : info.muslimthaipost.com
ขอขอบคุณภาพจาก : thaihealth.or.th

วันอาทิตย์ที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

ล้างหน้าให้ถูกวิธี เพื่อใบหน้าสะอาดใสไร้สิว

เชื่อไหมว่า การล้างหน้าอย่างถูกวิธีช่วยรักษาและป้องกันการเกิดสิวได้ เพื่อนๆ ที่อยากมีใบหน้าขาวใส ไร้ปัญหาเรื่องสิว ควรให้ความสำคัญกับการล้างหน้าด้วย หลายคนอาจเคยสงสัยว่า ในแต่ละวันควรจะล้างหน้ากี่รอบ? รอบละกี่ครั้ง? ควรล้างแบบไหนถูแบบไหน?  ล้างด้วยสบู่ เจล หรือโฟมล้างหน้าแบบไหนจะดี?  อ่านบทความนี้ท่านจะได้คำตอบแน่นอน...

ล้างหน้าอย่างถูกวิธี

ทำความสะอาดใบหน้าบ่อยแค่ไหนดี?
การล้างหน้าเพียงวันละ 2 ครั้งก็เพียงพอแล้ว คือเวลาตื่นนอนตอนเช้า 1ครั้ง และอาบน้ำตอนเย็น 1ครั้ง เราไม่ควรล้างหน้าบ่อยครั้งเกินไป เพราะจะทำให้ผิวแห้ง ลอกได้ นอกซะจากกรณีที่ผิวของเพื่อนๆ สกปรกจริงๆ โดยเฉพาะหลังทำกิจกรรมที่ร้อน และมีเหงื่อออกมาก เช่น หลังเล่นกีฬา ทำงานบ้าน ทำสวน ทำไร่ ปลูกต้นไม้ หรือคุมงานก่อสร้าง ซ่อมแซมบ้าน เป็นต้น ก็เพิ่มการล้างหน้ารอบพิเศษอีกสักครั้งได้

วิธีล้างหน้า
  • ไม่ควรใช้น้ำอุ่น หรือน้ำร้อนล้างหน้า เพราะมันจะทำให้ผิวแห้ง และกระตุ้นให้ผิวเหี่ยวเร็วขึ้น 
  • ให้ล้างหน้าด้วยสบู่อ่อน ลูบไล้อย่างเบาๆ มือ โดยล้างหน้าตั้งแต่คางไปจรดแนวไรผมที่หน้าผาก อย่าขัดถูใบหน้าแบบแรงๆ
  • หลังฟอกสบู่ต้องล้างสบู่ออกให้หมดด้วยน้ำสะอาด จากนั้นซับหน้าให้แห้งด้วยผ้าเช็ดหน้าหรือผ้าขนหนู ซับหน้าเบาๆ ไม่ควรเช็ดหน้าหรือถูซับใบหน้าแรงๆ เดี๋ยวผิวจะหยาบกร้านเอานะ 
  • เพียงเท่านี้ก็เพียงพอสำหรับการดูแลทำความสะอาดใบหน้าในแต่ละวัน 
ความเชื่อผิดๆ เกี่ยวกับการทำความสะอาดใบหน้า
หลายคนคิดว่าแค่สบู่หรือน้ำเปล่าล้างหน้านั้นไม่จะพอหรือ? คำตอบคือ เพียงพอแล้ว ก็เพราะมีความเชื่อกันว่าสิ่งสกปรกทำให้เกิดสิว จึงทำให้ผู้ที่เป็นสิวหลายคนล้างหน้าบ่อยครั้งเกินไป แถมยังใช้สบู่ที่แรงหรือโฬมชนิดเข้มข้นหรือสบู่ยา ส่งผลให้ใบหน้าอักเสบ ระคายเคือง และสิวกำเริบขึ้น (เคยสังเกตไหมว่าทำไมเรายิ่งล้างหน้า ใบหน้ายิ่งอักเสบ สิวก็ไม่ลด) บางคนหลังล้างหน้า ก็ยังตบท้ายด้วยการใช้สำลีชุบโลชั่นที่มีแอลกอฮอล์ผสม หรือคลีนเซอร์ หรือเอ็กซเทอร์นอลเช็ดหน้า เช็ดที่ไรก็จะได้คราบสีดำติดสำลีมาด้วยทุกครั้ง แล้วเข้าใจว่าสิ่งนั้นคือสิ่งสกปรกตัวการทำให้เป็นสิว ซึ่งเป็นความเข้าใจผิด ต่อให้เรามีใบหน้าสะอาดเพียงใด หากใช้โลชั่นที่มีแอลกอฮอล์ผสมเช็ดหน้าย่อมได้คราบดำติดมาด้วยเสมอทุกคน ที่จริงแล้วคราบดำนั้นเป็นผิวหนังชั้นขี้ไคลส่วนที่ตายและพร้อมจะหลุดลอกออกโดยธรรมชาติอยู่แล้ว ซึ่งชั้นขี้ไคลก็คือชั้นหนังกำพร้าที่เกาะติดอยู่บนผิวหนังชั้นบนควบคู่ไปกับชั้นน้ำมันเคลือบผิว ทั้งขี้ไคล ทั้งน้ำมันไม่ใช่สิ่งสกปรก หากแต่เป็นเกราะที่คอยคุ้มครองปกป้องผิวหน้าจากฝุ่นละออง เชื้อโรค และสารเคมีไม่ให้ซึมผ่านลงไปทำร้ายผิว ดังนั้นหากขาดชั้นน้ำมัน ชั้นขี้ไคล ผิวหน้าของคุณก็ดั่งปราศจากเกราะ ขาดภูมิคุ้มกันตามธรรมชาติ เราจะพบว่าคนที่ล้างหน้าบ่อยๆ ใช้น้ำยา ใช้โทนเนอร์เช็ดหน้ามักจะมีปัญหาผิวแห้ง ผิวแพ้ง่าย อักเสบง่าย ระคายเคืองง่าย กลายเป็นผิวบอบบาง โดนอะไรนิดหน่อยก็แพ้เป็นผื่น วิธีแก้ผิวแพ้ง่าย ก็เพียง “ยุ่งกับผิวให้น้อยที่สุด” แล้วจะหายเอง

โดยสรุปแล้ว ให้ล้างหน้าด้วยสบู่อ่อน หรือสบู่เจลใสของเด็กก็ได้ ลูบไล้อย่างเบาๆ มือให้ทั่วหน้า ล้างออกด้วยน้ำสะอาด เช็ดหรือซับหน้าเบาๆ มือด้วยผ้าขนหนูให้แห้ง ไม่ควรเช็ดหน้าแรงๆ
โดยธรรมชาติ ผิวหนังกำพร้าของคนเราจะหลุดลอกออกมาเองทุกวัน ก็จะพาเอาแป้ง เอาฝุ่นให้หลุดลอกออกมาด้วย ไม่ต้องออกแรงถูเพราะเป็นการไปทำร้ายผิว และไม่จำเป็นก็ไม่ควรใช้คลีนเซอร์ โทนเนอร์ หรือชุดล้างหน้า (ยกเว้นบางรายที่มีสภาพผิวมันมาก สามารถใช้ได้แต่ก็ควรเลือกผลิตภัณฑ์ให้เหมาะสม)  เพราะถึงจะใช้ชุดล้างหน้าสุดหรูชุดละหลายพันบาทหรือใช้แค่สบู่เหลวของเด็กขวดละ 60 บาท หน้าก็สะอาดใสได้เท่ากัน

เห็นไหมละค่ะว่า หากเราล้างหน้าให้ถูกวิธี ช่วยรักษาสิว ป้องกันสิว ช่วยให้ใบหน้าเราสวยใสได้ด้วย

วันอังคารที่ 13 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

วิธีรักษาสิวและป้องกันง่ายๆ ได้ผลแน่นอน

เรื่องสิว…สิว นับได้ว่าเป็นปัญหาใหญ่ของใครหลายคน ทั้งสิวเสี้ยน สิวผด สิวอักเสบ สิวหัวช้าง มีทั้งสิวเม็ดเล็ก เม็ดใหญ่ ที่มักขึ้นมากเป็นพิเศษโดยเฉพาะบริเวณของ ใบหน้า แล้วก็ลามมาคอ และหลัง จนอาจทำให้เกิดแผลเป็น และแผลอักเสบได้ แต่ต่อไปนี้ คุณไม่ต้อง กังวลใจกับปัญหาเหล่านี้อีกแล้ว เพราะเรามีวิธีรักษาสิว และวิธีป้องกันการเกิดสิวมาฝากค่ะ เป็นมีวิธีดูแล รักษาผิวพรรณ ทั้งยามก่อนและ หลังเป็นสิว มาให้ทำกันตั้งหลายวิธี ถ้าพร้อมแล้วมาดูคำแนะนำจากเรากันเลย...

ทำไมต้องเป็นสิวด้วยล่ะ?
ตอบได้ว่า สิว (Acne) ก็เป็นโรคผิวหนังอีกชนิดหนึ่ง ลักษณะเป็นตุ่มเล็กๆ เป็นหนองด้วย พบมากที่ใบหน้ามากกว่าที่อื่น เกิดได้กับคนทุกวัย แต่มักเป็นมากที่สุดกับวัยรุ่น อายุระหว่าง 12-24 ปี ซึ่งโดยปกติแล้ว พออายุย่างเข้าเลขสาม สิวก็มักจะค่อยๆ หายไปเอง ยกเว้น ในบางช่วง ที่ระดับฮอร์โมน ผันแปร เช่น ช่วงก่อนมีประจำเดือน ก็อาจมีมาให้เห็นบ้างประปราย ไม่ใช่เรื่องใหญ่เรื่องโตอะไร

แต่ถ้าใครเป็นสิว แล้วไม่หายสักที สันนิษฐาน ไว้ก่อนได้เลยว่า อาจเป็นเพราะกรรมพันธุ์ อันนี้รักษาเองไม่มีทางหายแน่ ควรรีบไปปรึกษา คุณหมอวิเคราะห์เจาะลึกกัน ไปเลยว่าใช้ยาอะไรดี ถ้านอกเหนือจากกรณีนี้ ทดลองวิธีป้องกันและรักษาสิว คงมีสักข้อที่เหมาะกับคุณ


แนวทางปฏิบัติสำหรับ “ป้องกัน และ รักษา"สิว"

1. หยุดเอามือสัมผัสหน้า หรือเท้าคางเวลาคิด เพราะมือของเราเต็มไปด้วยแบคทีเรีย ซึ่งจะทำให้สิวเห่อได้ และอย่าบีบ แกะ เกาสิว จะทำให้เกิดรอยแผลเป็น รอยดำจากสิว รอยนูน หรือ รอยหลุมจากสิวขึ้นบนหน้าได้ ดังนั้น ถ้าไม่อยากมีรอยแผลเป็นเอาไว้เตือนใจละก็ ดูแต่ตา (มืออย่าต้อง) เป็นดีที่สุดจร้าๆ

2. ดูแลรักษาความสะอาดให้ถูกวิธี
2.1 ผลิตภัณฑ์ล้างหน้า เช่น สบู่ เจล โฟม ควรเลือกให้เหมาะกับสภาพผิวมัน และมีตัวยาป้องกันการเกิดสิว

2.2 ล้างหน้าวันละ 2 ครั้ง คือ เช้าและเย็น ด้วยสบู่หรือคลีนเซอร์อย่างอ่อนที่ไม่ระคายเคือง แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด ซับเบาๆด้วยผ้าขนหนู จำไว้ว่าไม่ควรล้างหน้าบ่อยๆ เพราะจะทำให้ผิวหน้าสูญเสียความชุ่มชื่น โดยไม่ได้ช่วยป้องกันสิวแต่อย่างใด

2.3 เมื่อใช้คลีนเซอร์ล้างหน้า ต้องล้างออกให้หมดจด อย่าให้มีคราบตกค้าง ที่สำคัญ คือต้องล้างให้ขึ้นไปตีนผม เพื่อล้างน้ำมันและคราบสกปรก ที่อาจจะเป็นตัวก่อสิวออกไป สำหรับคนที่มีผมมัน ควรสระผมทุกวัน

2.4 ล้างหน้าทุกครั้ง หลังทำกิจกรรมที่มีเหงื่อออกมาก แต่เน้นว่า “ล้างด้วยน้ำเปล่าเท่านั้น”

2.5 งดใช้ผลิตภัณฑ์จำพวกขัด-ถู ทั้งหลายให้หมด รวมทั้งสบู่ที่ค่อนข้างแรง เพราะนอกจากไม่ช่วยให้สิวหาย ยังอาจทำให้ระคายเคืองหรือติดเชื้อมากขึ้นกว่าเดิม

2.6 หน้ามันมาก อาจต้องใช้โลชั่นเช็ดหน้า หรือใช้ยารับประทานกลุ่ม Retionoids หรือ ยาคุมกำเนิดกลุ่ม Dian-35 เพื่อลดหน้ามัน

3. "โกนหนวด" ให้ปลอดภัย
การโกนหนวด ก็มีผลกับสิวเหมือนกัน เพราะเป็นหนึ่งในกิจกรรมที่สร้างความระคายเคืองให้กับผิว
วิธีการโกนหนวดที่ถูกต้องและปลอดภัย คือ ให้เลือกที่โกนหนวด ที่เหมาะมือ (จะได้ไม่พลาดพลั้งเวลาโกน) ใบมีดคม (ทำให้โกนง่าย) และใช้สบู่และน้ำ ทำความสะอาดหนวดเสีย ก่อน แล้วจึงค่อยชโลมครีม โกนหนวดลงไป จะทำให้เส้นขนนุ่มและโกนง่ายขึ้น

4. ไม่ควรอาบแดด
หลายคนเข้าใจผิดว่า อาบแดด ช่วยให้สิวยุบ จริงๆแล้วไม่เกี่ยว กันเลย แต่ที่เราเห็นเป็นอย่างนั้น เพราะสีผิวที่คล้ำขึ้น ทำให้มองเห็นเม็ดสิว ไม่ชัด และแสงแดดทำให้ผิวแห้งขึ้นเท่านั้น ซึ่งถ้าจะพูดถึงผลระยะยาว การอาบแดดมีแต่ภัยร้ายทั้งนั้น ทำให้ผิวเหี่ยวย่นก่อนวัย แถมยังอาจ มีมะเร็งผิวหนังเป็นของแถม และสำหรับคนที่ทายาแก้สิว การถูกแสงแดด แรงๆ จะทำให้ผิวไหม้เสียด้วย

5. เลือกเครื่องสำอางที่เหมาะสม
- เลือกครีมกันแดด SPF ประมาณ 15 เพื่อป้องกันความมันของเนื้อครีม
 
- ครีมบำรุง เลือกที่ไม่มีส่วนผสมของ น้ำมัน และไม่ควรมัน ไม่มีฮอร์โมนผสมในครีมบำรุง 

- ช่วงที่รักษาสิว ถ้าจะให้ได้ผลดี ให้เปลี่ยนมาใช้เครื่องสำอาง ประเภทปราศจากน้ำมัน (oil-free) ไม่ว่าจะเป็นรองพื้น, บรัชออน, อายแชว์โดว์ หรือมอยส์เจอร์ไรเซอร์ 

- อย่าตื่นตกใจ ถ้าช่วง 2-3 สัปดาห์แรกของการรักษาสิว อาจจะทารองพื้นยากไปสักนิด เพราะตัวยาบางประเภท เช่น topical tretinoin หรือ benzoyl poroxide ทำให้ผิวแดง หรือเป็นสะเก็ด แต่ไม่นานอาการนี้จะหายไปเอง 

- งดใช้ผลิตภัณฑ์ใส่ผมหรือจัดแต่งทรงผมสักระยะ เพราะสารในผลิตภัณฑ์เหล่านี้ มักตกค้างอยู่ ที่รากผม ให้เกิดสิว หรือก่อให้เกิดการระคายเคืองเพิ่มขึ้น

-เลือกใช้เครื่อง สำอางที่มีป้ายระบุบอกว่า noncomedogenic (ไม่ก่อให้เกิดสิว) 

- ครีมแก้แพ้ หรือ สบู่ล้างหน้าสำหรับผิวแพ้ เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับผิวแพ้ง่าย (Sensitive skin)

6. ทำความสะอาดรูขุมขนด้วยสมุนไพร
ทำความสะอาดรูขุมขนอาทิตย์ละ 1 ครั้ง ด้วยไอน้ำจากสมุนไพร ธรรมชาติ
ส่วนผสม
-ใบไธม์แห้ง (thyme-เป็นเครื่องเทศชนิดหนึ่ง) 2 ช้อนโต๊ะ
- ลาเวนเดอร์ 2 ช้อนโต๊ะ
- น้ำร้อน 1 ชามอ่าง
วิธีการทำ ง่ายๆ แค่นำส่วนผสมใส่รวมกันในชามอ่าง แล้วใช้ผ้าขนหนู คลุม ศรีษะไว้เหนือชามอ่าง เพื่อให้ใบหน้าได้รับ ไอน้ำจากสมุนไพร ทั้งสองชนิด ประมาณ 10 นาที
หมายเหตุ : ระวังอย่าเอาหน้าเข้าไปใกล้เกินไป ผิวอาจจะเกิดอาการแสบ เพราะความร้อน : สมุนไพรทั้งสองชนิด มีคุณสมบัติในการปกป้อง ผิวจากเชื้อจุลินทรีย์ และช่วยไม่ให้เกิดการติดเชื้อ

7. ออกกำลังกาย
ออกกำลังกายสม่ำเสมอ เพราะการออกกำลังกายช่วยทำให้เลือดหมุนเวียนดี มีออกซิเจนไปเลี้ยงอวัยวะต่างๆได้เต็มที่ และจะช่วยให้คุณมีผิวที่สวยงามขึ้นด้วย ควรให้เวลาที่เพียงพอสำหรับการออกกำลังกาย อย่างน้อย 3 ครั้ง /สัปดาห์

8. กินเพื่อสุขภาพ
- งดอาหารที่ทำให้เกิดสิวง่าย เช่น อาหารมัน อาหารรสจัด ทุเรียน ขนมหวาน ไอศครีม เป็นต้น ก็เพราะว่า เรากินอะไรก็ได้อย่างนั้น ดังนั้นกินไขมันหน้ายิ่งมัน ทนได้ก็กินไปค่ะ

- ควรรับประทานผักและผลไม้จำพวกถั่วและเมล็ดธัญพืชในอาหารประจำวันของคุณ เพราะประกอบไปด้วยแร่ธาตุและวิตามินมากมายที่ช่วยในการบำรุงผิวพรรณของคุณให้สวยเปล่งปลั่ง

9. นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ
พักผ่อนให้เพียงพอ  เพราะขณะที่นอนหลับ เซลล์ผิวหนังจะฟื้นฟูสภาพตัวเองที่เหน็ดเหนื่อยมาตลอดทั้งวัน ลองเข้านอนให้เร็วขึ้นกว่าปกติ 1-2 ชั่วโมง หน้าตาจะสดใสขึ้นค่ะ

10. จัดการความเครียด
สาเหตุของการเป็นสิวที่พบบ่อยคือความเครียด ดังนั้นควรหาวิธีผ่อนคลาย เพราะจะช่วยให้การไหลเวียนของเลือดและน้ำเหลือง รวมทั้งการทำงานของเม็ดเลือดขาวในร่างกายดีขึ้น

11. ทำดีท็อกซ์
การเป็นสิวย่อมแสดงว่าร่างกายในช่วงนั้นมีท็อกซินหรือพิษสะสมในร่างกาย การทำดีท็อกซ์จะช่วย
ขจัดสารพิษในร่างกายได้

*** เห็นไหมล่ะค่ะว่า วิธีรักษาสิวและป้องกันการเกิดสิวที่นำมาแนะนำนี้ไม่ได้ยุ่งยากเลย เป็นเพียงการสร้างสุขลักษณะนิสัยที่ดีเบื้องต้นในการดูแลตัวเองในชีวิตประจำวันแบบง่ายๆ เท่านั้นเอง ที่เราสามารถทำได้ทันที และเมื่อเราทำตามคำแนะนำนี้อย่างต่อเนื่อง นอกจากจะทำให้ใบหน้าและผิวพรรณสวยเนียน ดูดีขึ้นแล้ว ยังทำให้ร่างกายของเราแข็งแรงขึ้นอีกด้วย ที่เป็นการดูแลตนเองและแก้ปัญหาสิวที่ต้นเหตุอย่างแท้จริงค่ะ

เรียบเรียงข้อมูลโดย : acnecaresite.blogspot.com

วันอาทิตย์ที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

วิธีรักษาสิวอย่างรวดเร็วในชั่วข้ามคืน ด้วยตนเอง

สิวเป็นปัญหาใหญ่สำหรับหลายๆคน โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับวัยรุ่นด้วยแล้ว สิวสามารถเกิดขึ้นได้ทุกเวลา ที่มีทั้งสิวเสี้ยน สิวหัวดำ สิวหัวขาว สิวหัวช้าง หรือสิวเรื้อรัง ขยายลุกลามเหวอะหวะกลายเป็นรอยแผลเป็นที่น่าเกลียดขึ้นได้ หากปล่อยทิ้งไว้ไม่ยอมรักษา แต่จากนี้ไป ถ้าคุณมองตัวเองในกระจกและเห็นสิวบนใบหน้า คุณจะไม่ต้องกังวลอีกต่อไป!! ข่าวดีคือ มีหลายวิธีดีๆ และคุณสามารถทำได้ด้วยตัวเองเพื่อกำจัดสิว วันนี้เราจึงได้รวบรวมวิธีการรักษาสิวได้อย่างรวดเร็วในชั่วข้ามคืนมาฝากค่ะ เป็นเคล็ดลับดีๆ เพื่อช่วยให้คุณรักษาสิวทั้งหมดได้ในช่วงเวลาสั้น ๆ หรืออาจจะภายในช่วง 2-3 วัน ก็เป็นไปได้ ในบทความนี้จะมุ่งเน้นไปที่สองสิ่งที่สำคัญคือ เคล็ดวิธีการรักษาสิวด้วยตนเองและการดูแลผิวเบื้องต้นที่คุณควรปฏิบัติทุกวัน


วิธีการกำจัดสิวแบบเร่งด่วน
แต่เมื่อมีความจำเป็นที่คุณต้องการกำจัดสิวให้หายไปในเพียงชั่วข้ามคืน ลองใช้วิธีการต่อไปนี้เพื่อการกำจัดสิวได้อย่างรวดเร็ว

1 ยาสีฟัน
ในตัวยาสีฟันจะมีสารไทรโคลซาน (triclosan) มีคุณสมบัติเป็นสารยับยั้งเชื้อแบคทีเรียที่เป็นสาเหตุของสิว โดยเริ่มจากล้างหน้าก่อนนอนและเช็ดให้แห้ง(เบาๆ) ใช้ยาสีฟันสีขาวแต้มที่สิว หลังจากนั้น 30 นาที จึงล้างออกด้วยน้ำอุ่นให้สะอาด
ข้อแนะนำคือ ใช้เป็นแบบครีมตัวยาสีฟัน ไม่ควรใช้เป็นแบบเจลยาสีฟัน เพราะมักจะมีส่วนผสมอื่น ๆ ที่สามารถทำให้ผิวของคุณระคายเคืองได้

2 แพ็คน้ำแข็ง
โดยนำก้อนน้ำแข็งไปห่อในผ้าขนหนูนุ่ม แล้วนำไปวางบนสิวของคุณ มันจะช่วยลดการอักเสบบวมและอาการคันได้นอกจากนี้ ควรหลีกเลี่ยงการใช้น้ำแข็งในบริเวณอื่นๆของใบหน้าที่ไม่ได้เป็นสิว เพราะมันจะทำให้ผิวแห้ง

3 น้ำมะนาว
ใช้น้ำมะนาวแต้มที่สิวก่อนเข้านอน ในน้ำมะนาวประกอบด้วยวิตามินซี ซึ่งทำหน้าที่เป็นยาสมานแผล มันมีประสิทธิภาพช่วยในการทำให้สิวของคุณแห้ง นอกจากนี้ การดื่มน้ำมะนาวยังเป็นการทำดีท็อกซ์จะช่วยขจัดสารพิษที่สะสมในร่างกายด้วยนะค่ะ

4 เบรคกิ้งโซดา
เบรคกิ้งโซดา ก็คือ ผงฟูหรือโซเดียมไบคาร์บอเนตนั่นเอง ที่จะช่วยควบคุมระดับ pH ของผิว คุณสามารถใช้ผงฟูเพื่อผลัดผิวหน้าของคุณ โดยการนำผงฟูผสมกับน้ำ จากนั้นนำไปแต้มสิวบริเวณที่ติดเชื้อเท่านั้น และตรวจสอบให้แน่ใจว่าคุณไม่ได้ทิ้งไว้นานเกินไปโดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าคุณมีผิวที่บอบบาง โดยผงฟูมีคุณสมบัติช่วยลดการอักเสบและยังช่วยกำจัดรอยแผลเป็นจากสิวได้ด้วยนะค่ะ

5 ใช้อบเชยผสมน้ำผึ้ง
น้ำผึ้งเป็นยาประจำบ้านที่ดีในการรักษาสิว มันช่วยให้ผิวของคุณสามารถเก็บความชุ่มชื้นไว้ได้ น้ำผึ้งยังมีสารอาหารที่จำเป็นและช่วยในการฆ่าเชื้อแบคทีเรียที่เป็นสาเหตุของสิว โดยเรานำน้ำผึ้งแต้มที่สิวที่มีการติดเชื้อและทิ้งไว้ 10 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำอุ่น หรืออีกวิธีคือ นำน้ำผึ้งมาผสมกับอบเชย จากนั้นพอกให้ทั่วหน้า ทิ้งไว้ 1 ชั่วโมง แล้วล้างออกด้วยน้ำอุ่น หากกลัวเปื้อนที่นอนสามารถใช้ผ้าบางรองไว้บนหมอน

6 มากส์หน้าด้วยไข่ขาว
ล้างหน้าและเช็ดหน้าของคุณให้สะอาด จากนั้นตอกไข่และแยกไข่แดงออก เพื่อแยกเอาเฉพาะไข่ขาว จากนั้นทาไข่ขาวบาง ๆ บนใบหน้าที่สะอาดและปล่อยให้แห้งประมาณ 10 นาที ล้างออกด้วยน้ำอุ่น ทำเช่นนี้สัปดาห์ละครั้ง แล้วคุณจะเห็นถึงความแตกต่างว่า ผิวของคุณกระชับขึ้น


เคล็ดลับอื่น ๆ เกี่ยวกับวิธีการกำจัดสิวชั่วข้ามคืน ที่ควรทำอย่างยิ่ง
- หยุดเอามือสัมผัสหน้า หรือเท้าคางเวลาคิด เพราะมือของเราเต็มไปด้วยแบคทีเรีย ซึ่งจะทำให้สิวเห่อได้

- สวมเสื้อผ้าที่สะอาด หนึ่งนี้ควรจะเป็นสามัญสำนึก ผ้าเช็ดหน้าปลอกหมอนและของคุณยังตกอยู่ภายใต้นี้ สิ่งเหล่านี้มักจะอยู่ในการติดต่อกับใบหน้าของคุณเพื่อให้แน่ใจว่าพวกเขามักจะทำความสะอาด

- ล้างหน้าให้สะอาด ล้างหน้าวันละ 2 ครั้ง ด้วยสบู่อ่อนที่ไม่ระคายเคือง แล้วล้างออกด้วยน้ำอุ่น ซับเบาๆด้วยผ้าขนหนู จำไว้ว่าไม่ควรล้างหน้าบ่อยๆ เพราะจะทำให้ผิวหน้าสูญเสียความชุ่มชื่น โดยไม่ได้ช่วยป้องกันสิวแต่อย่างใด

- ออกกำลังกายและกินเพื่อสุขภาพ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ เพราะการออกกำลังกายช่วยทำให้เลือดหมุนเวียนดี มีออกซิเจนไปเลี้ยงอวัยวะต่างๆได้เต็มที่ และจะช่วยให้คุณมีผิวที่สวยงามขึ้นด้วย ควรให้เวลาที่เพียงพอสำหรับการออกกำลังกาย อย่างน้อย 3 ครั้ง /สัปดาห์

- กินเพื่อสุขภาพ การดูแลรักษาสุขภาพจะช่วยให้คุณมีผิวที่สวยงามขี้น ควรรับประทานผักและผลไม้จำพวกถั่วและเมล็ดธัญพืชในอาหารประจำวันของคุณ เพราะประกอบไปด้วยแร่ธาตุและวิตามินมากมายที่ช่วยในการบำรุงผิวพรรณของคุณให้สวยเปล่งปลั่ง

- นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ เพราะขณะที่นอนหลับ เซลล์ผิวหนังจะฟื้นฟูสภาพตัวเองที่เหน็ดเหนื่อยมาตลอดทั้งวัน
ลองเข้านอนให้เร็วขึ้นกว่าปกติ 1-2 ชั่วโมง หน้าตาจะสดใสขึ้นค่ะ

- จัดการความเครียด สาเหตุของการเป็นสิวที่พบบ่อยคือความเครียด ดังนั้นควรหาวิธีผ่อนคลาย เพราะจะช่วยให้การไหลเวียนของเลือดและน้ำเหลือง รวมทั้งการทำงานของเม็ดเลือดขาวในร่างกายดีขึ้น

- ทำดีท็อกซ์ การเป็นสิวย่อมแสดงว่าร่างกายในช่วงนั้นมีท็อกซินหรือพิษสะสมในร่างกาย การทำดีท็อกซ์จะช่วยขจัดสารพิษในร่างกายได้

- ปรึกษาแพทย์ของคุณ ในบางกรณีการเกิดสิวอาจจะรุนแรง หากใช้วิธีรักษาสิวด้วยตนเอง แล้วพบว่า อาการไม่ดีขึ้นหรือเป็นมากขึ้น ทางออกที่ดีที่สุดคือไปพบแพทย์ทันที การรักษาอื่น ๆ อาจมีความจำเป็นเพื่อรักษาสิวบนใบหน้าของคุณ

เรียบเรียงเนื้อหาโดย : acnecaresite.blogspot.com

วันจันทร์ที่ 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

ครีมมะหาด โลชั่นมะหาดของแท้ ดูยังไง

ครีมมะหาด โลชั่นมะหาดผิวขาวมีการพูดถึงกันมาก คำถามคือ ครีมมะหาดดีจริงหรือ ผิวขาวได้จริงไหม และโลชั่นมะหาดของแท้ดูยังไง มีวิธีเลือกอย่างไร ปัจจุบันมีการขายครีมหรือโลชั่นมะหาดทั้งผ่านเน็ตหรือออนไลน์ ตามร้านค้า แผงลอยกันมาก มีการโฆษณาเกี่ยวกับครีมมะหาดผิวขาวมากมายหลากหลายยี่ห้อ ซึ่งอาจมีทั้งครีมมะหาดแท้ และครีมมะหาดปลอม (คือที่มีส่วนผสมของมะหาดเพียงน้อยนิดหรือไม่มีเลย) ดังนั้นวันนี้ เรามีข้อแนะนำการเลือกซื้อครีมหรือโลชั่นมะหาดของแท้มาฝาก เพื่อจะได้มีแนวทางในการเลือกครีมมะหาดให้ได้ของดีไปใช้ 

เลือกซื้อครีมมะหาดของแท้ได้อย่างไร

1. รายละเอียดผลิตภัณฑ์ครบถ้วน
ผลิตภัณฑ์ต้องแสดงฉลากอย่างละเอียดและครบถ้วน ข้อมูลหรือรายละเอียดที่ต้องมีคือ ชื่อและชนิดของเครื่องสำอาง ชื่อและที่ตั้งของผู้ผลิต วันเดือนปีที่ผลิต วิธีใช้ คำเตือน ประมาณสุทธิ ชื่อส่วนผสมสำคัญหรือสารประกอบต่างๆ ในโลชั่น (ซึ่งจะต้องแสดงจำนวนเปอร์เซ็นต์ของสารประกอบไว้ด้วยเสมอ) ข้อมูลเครื่องหมายทางการค้าที่จดทะเบียนถูกต้องหรือไม่ และเลขที่ใบรับแจ้งจาก อย. (ตัวเลข 10 หลัก) เป็นต้น หากผลิตภัณฑ์โลชั่นมะหาดที่ท่านกำลังจะซื้อแสดงรายละเอียดข้างต้นไม่ครบถ้วน ไม่ชัดเจน ควรหลีกเลี่ยงที่จะซื้อหามาใช้

2. ความหน้าเชื่อถือของร้าน
สำหรับหน้าร้านค้าที่ขายผ่านระบบออนไลน์นั้น เราอย่าหลงซื้อเพียงเพราะตัวเว็บแลดูสวยงาม หรือคำชักชวน โน้มนาว ว่าใช้แล้วดีอย่างโน้นอย่างนี้ เท่านั้น ต้องลองพูดคุยกับคนขาย, ดู feedback ประกอบว่าดีไหม มีลูกค้าเยอะไหมเพราะเป็นตัวการันตีอีกอย่างหนึ่งว่ามีคุณภาพ, ดูรีวิวลูกค้า, ดูการถามตอบกระทู้ในเว็บร้าน, ลองโพสกระทู้สอบถามตาม webbroad เป็นต้น ส่วนตัวครีมมะหาด ถ้าดูแค่รูปก็คงดูไม่ออก เพราะมันอยู่ในขวด ในระบบอินเทอร์เน็ตนั้น บางร้านก็ชอบคัดลอก (copy) รูปภาพของคนอื่นไปแอบอ้างว่าเป็นของตัวเอง แต่สินค้าที่ส่งให้ลูกค้าจริงๆ คนละเรื่องเลยก็มี ต้องระวัง อย่าหลงเชื่อแค่คำโฆษณา สำหรับบางร้านวางขายตามตลาดนัด เรายิ่งต้องใส่ใจเป็นพิเศษเพราะอาจหลงไปตามคำโน้มน้าวได้ ควรดูฉลากและรายละเอียดตามข้อที่ 1 ให้ดี

3.เนื้อโลชั่นมะหาดของแท้
เนื้อโลชั่นมะหาดแท้นั้น เนื้อจะเข้มข้นและมีความหนืดพอสมควรเวลาเท ไม่เหลวจนเกินไป เนื้อครีมผสมและจับตัวเป็นเนื้อเดียวกัน ส่วนสีของโลชั่นนั้นไม่สามารถบ่งบอกได้ว่าเป็นของแท้หรือปลอมได้ ไม่ว่าจะเป็นสีครีม สีไข่ไก่ สีออกน้ำตาล เป็นเพราะส่วนผสมในการผลิต โดยทั่วไปถ้าเป็นโลชั่นมะหาดปลอมมักจะเก็บไว้ได้ไม่นานจะมีกลิ่นบูด กลิ่นจะออกเปรี้ยวๆ หน่อย และเนื้อโลชั่นก็จะค่อนข้างเหลว ถ้าจะเลือกซื้อผลิตภัณฑ์มะหาด ควรจะเลือกที่ระบุ % ความเข้มข้นของสารสกัดจากมะหาดไว้เท่านั้น เพราะอาจมีผลข้างเคียงกับผิวได้ ถ้าใช้ความเข้มข้นมากเกินไป อ่านเพิ่มเติมที่นี่ เรื่องควรรู้เกี่ยวกับครีมมะหาด

4. ทดสอบสารอันตรายแบบง่ายๆ 
ในครีมมะหาดปลอม ที่แอบอ้างว่าใช้สารสกัดจากแก่นมะหาด แท้จริงแล้วอาจเจือปนไฮโดรเจนเปอร์ออกไซต์ ไฮโดรควิโนน หรือปรอท ซึ่งสารเหล่านั้นจะทำให้หน้าขาวขึ้นอย่างรวดเร็ว แต่คุณรู้หรือไม่ว่าสารเหล่านี้เป็นสารอันตราย โดยเฉพาะยิ่งสารไฮโดรควิโนน หรือปรอทที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ได้ประกาศห้ามใช้ในเครื่องสำอาง เมื่อใช้ครีมที่มีส่วนผสมดังกล่าวไปนานๆจะทำให้เกิดริ้วรอย ฝ้า กระ อย่างถาวร วิธีทดสอบคร่าวๆ แบบง่ายๆ ก็คือ ดูจากการทดสอบสารปรอทในครีมหน้าเด้ง ด้านล่างนี้



*** ทางที่ดี ถ้าต้องการทดสอบสารอันตรายอย่างละเอียดแน่นอน 100% แนะนำให้เพื่อนๆ ซื้อชุดทดสอบสารอันตรายเครื่องสำอางจากกรมวิทย์มาทดสอบ ที่สามารถซื้อหาไปทดสอบเองที่บ้านได้ ซึ่งสะดวกและทำได้ง่ายเช่นกัน

5. ราคาของโลชั่นมะหาดโดยปกติ 
ควรจะมีราคาไม่ถูกจนเกินไป เพราะเพียงแค่หัวเชื้อมะหาดที่จะนำมาเป็นส่วนผสมกับครีมมะหาดนั้นก็มีต้นทุนที่สูงพอสมควร บางร้านจำหน่ายขายในราคาถูกๆ ขอให้ตั้งข้อสังเกตไว้เลยว่า อาจจะเป็นครีมมะหาดของปลอม หรือเขาอาจจะผสมมะหาดเพียงน้อยนิด บางที่อาจไม่ได้ผสมเลยด้วยซ้ำ หรืออาจจะเติมสารอื่นที่ช่วยให้ขาวไวขึ้น (ทดแทน) ซึ่งจะทำให้เห็นผลเร็ว 5-10 วัน ทำให้เราอาจจะคิดไปเองว่าที่ขาวขึ้นเป็นเพราะมะหาดก็เป็นไปได้

ข้อแนะนำ 
สุดท้ายนี้ หากท่านอยากลองซื้อโลชั่นมะหาดมาใช้จริงๆ แต่กลัวแพ้ ก็ควรเริ่มจากทดลองใช้ทาที่บริเวณแขนหรือขาก่อน เป็นเวลาอย่างน้อยสัก 1 เดือนขึ้นไป อย่าเพิ่งนำมาใช้ทาใบหน้า เพราะหากเกิดผลข้างเคียง จะได้ไม่ส่งผลเสียต่อใบหน้าเรา

เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับมะหาด โลชั่นมะหาด ครีมมะหาด

มะหาดคืออะไร ครีมหรือโลชั่นมะหาดทำให้ผิวของคุณขาวขึ้นจริงหรือไม่ วันนี้เรามีเกร็ดความรู้ ข้อแนะนำเกี่ยวกับมะหาดมาฝาก เพื่อให้ได้ทราบข้อมูลเกี่ยวครีมมะหาดกันมากขึ้น ก่อนที่จะซื้อหามาใช้ แน่นอนว่า ใครๆ ก็อยากสวยอยากงาม อยากมีผิวที่ขาวใสกันทั้งนั้น การใช้ครีมผิวขาวมะหาดนั้น บางคนก็ใช้แล้วรู้สึกผิวขาวเนียนขึ้น บางท่านก็ใช้แล้วรู้สึกเฉยๆ ไม่เห็นผล หลากหลายเหตุผลต่างกันไป ครีมมะหาดนั้นสามารถใช้ทาผิวได้แต่อย่าลืมเลือกซื้อของแท้และได้คุณภาพมาใช้ก็แล้วกัน จะได้ไม่มีผลข้างเคียงหรือผลเสียต่อผิว การเลือกใช้เครื่องสำอางสักชิ้นหนึ่งควรศึกษาให้ที่ถ้วน และมีความรอบคอบก่อนตัดสินใจซื้อหามาใช้ ท่านสามารถอ่านบทความ การเลือกซื้อครีมมะหาด ได้ที่นี่


เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับมะหาด และโลชั่นมะหาด 

1. มะหาด เป็นไม้ยืนต้นในตระกูล Moraceae ส่วนมากจะขึ้นอยู่ตามป่าดิบทั่วไป ลำต้นสูงประมาณ 30 เมตร ทรงพุ่มแผ่กว้าง ใบ เดี่ยว เรียงสลับรูปขอบขนาน หรือรูปวงรี กว้าง 8–10 ซม. ยาว 10–12 ซม. หลังใบเป็นมันสีเขียวเข้ม ท้องใบสาก ดอกช่อ ออกที่ซอกใบ ค่อนข้างกลม ก้านสั้น แยกเพศ อยู่บนต้นเดียวกัน ผล เป็นผลรวม สีเหลือง ผิวขรุขระ มีขนนุ่ม ดูรายละเอียดเกี่ยวกับมะหาดเพิ่มเติมที่นี่ http://th.wikipedia.org/wiki/มะหาด 

2. ต้นมะหาดที่นำมาใช้ประโยชน์เพื่อการรักษาทางการแพทย์แผนไทยหรือเป็นสมุนไพรนั้น จะต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 5 ปี โดยใช้แก่น ราก หรือเปลือกได้ คนไทยโบราณใช้เปลือกมะหาดเพื่อลดอาการไข้ ใช้รากมะหาดในการขับถ่ายพยาธิ และกินแก่นมะหาดเพื่อลดอาการท้องผูก ท้องอืด หรือท้องเฟ้อ แก่นมะหาดยังใช้เป็นสมุนไพรรักษาโรคทางผิวหนัง เช่น อาการผด ผื่น คัน ได้อีกด้วย

3. มีการศึกษาวิจัยว่า สารสกัดจากแก่นมะหาด ชื่อ oxyresveratrol สามารถยับยั้งการสร้างเม็ดสีได้ในหลอดทดลอง จึงมีคนพูดถึงการใช้มะหาดทำให้ผิวขาว

4. แต่งานวิจัยทางการแพทย์ที่มีการตีพิมพ์ในวารสารทางการแพทย์ ซึ่งอ้างอิงได้ในขณะนี้ มีเพียงเรื่องการใช้สารสกัดจากแก่นมะหาดในการรักษาเริมในหนู เนื้อหาของงานวิจัยที่มีอาจารย์จากคณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์ฯ ใช้สารสกัดจากแก่นมะหาดรักษาเริมในหนู อ่านได้ที่นี่ http://www.ncbi.nlm.nih.gov/pubmed/21669230

5. มี website ขายผลิตภัณฑ์มะหาด อ้างงานวิจัยในคนที่ได้ผลว่าทำให้ผิวขาวขึ้น แต่ค้นฐานข้อมูลทางการแพทย์แล้ว ไม่พบว่ามีงานวิจัยชิ้นนี้ตีพิมพ์

6. มาพูดถึงงานวิจัยเกี่ยวกับมะหาดที่หมอทราบแน่ว่ามี ที่คณะแพทย์ มศว. ประสานมิตร ซึ่งหมอเพิ่งได้คุยกับอาจารย์ที่คุมงานวิจัยนี้เมื่อ 3 วันก่อน มีการนำสารสกัดจากมะหาดมารักษาฝ้า เทียบกับการใช้ไฮโดรควิโนน พบว่ารักษาฝ้าได้ผลเทียบเท่ากับไฮโดรควิโนน แต่ผลข้างเคียงเยอะและเกิดการแพ้ได้ ผลข้างเคียงที่พบจากการใช้ครีมมะหาดในการรักษาฝ้าคือ หน้าแดง เกิดผื่น ระคายเคือง ซึ่งพบเมื่อใช้ที่ความเข้มข้น 5% ถึงแม้ว่าสารสกัดจากแก่นมะหาด จะสามารถใช้รักษาฝ้าได้เทียบเท่าไฮโดรควิโนน แต่ก็ยังไม่มีการวิจัยเรื่องการทำให้ผิวขาวและผลในระยะยาว

7. โดยส่วนตัวคิดว่า ถ้าใครต้องการทดลองใช้ครีมหรือโลชั่นมะหาดเพื่อทำให้ผิวขาว ไม่ควรใช้ที่ความเข้มข้นเกิน 5% เพราะเสี่ยงต่อผลข้างเคียงได้มาก

8. ถ้าจะเลือกซื้อผลิตภัณฑ์มะหาด ควรจะเลือกที่ระบุ % ไว้เท่านั้น เพราะมีผลข้างเคียงถ้าใช้ความเข้มข้นเกิน 5% สำหรับผลิตภัณฑ์ชนิดที่เป็นหัวเชื้อ น่าจะมีความเข้มข้นสูงมาก มีไว้สำหรับเป็นสารตั้งต้นในการผลิตเท่่านั้น ไม่ควรนำมาใช้โดยตรง

9. ผลิตภัณฑ์ใดๆ ก็ตามที่ได้รับการรับรองจาก อย. จะมีการระบุ % ของสารไว้เสมอ ถ้าไม่มีการระบุ ให้สงสัยไว้ก่อนว่าไม่ผ่านการรับรอง

ข้อมูลบางส่วนรวบรวมจาก Twitter ของ ผศ. พญ.รังสิมา วณิชภักดีเดชา @DrRungsima
ที่มาบางส่วนจาก: SaiNoGo

วันพฤหัสบดีที่ 9 สิงหาคม พ.ศ. 2555

สิวบอกโรค – เป็นสิวบอกอะไรได้มากกว่าที่คิด!!


สิวบอกโรคได้จริงๆ หรือ??…
อาจเป็นอีกหนึ่งคำถามที่ใครหลายคนสงสัยและต้องการคำตอบ อยากรู้ข้อเท็จจริงว่าเป็นมาอย่างไร ถ้าสิวบอกโรคได้ แล้วถ้าเราเป็นสิว แสดงว่าร่างกายเรามีปัญหาอย่างนั้นเหรอ แค่คิดก็อยากรู้แล้ว สำหรับวันนี้ก็เป็นเรื่องน่ารู้ ๆเกี่ยวกับสิวบอกโรคมาฝากกันค่ะ แบบดูเล่นๆเพลิน แถมยังได้ความรู้อีกด้วยนะ เผื่อเป็นอีกวิธีง่ายๆ ในการสังเกตุดูแลสุขภาพของคุณ… เพื่อไม่ให้เสียเวลาไปดูพร้อมกันเลยค่ะ

สิวบอกโรค เป็นอีกวิธีการสังเกตุสุขภาพร่างกายของเราและคนรอบตัวเราได้ จากผู้เชี่ยวชาญด้านการดูแลสุขภาพผิว จากศูนย์สุขภาพผิวเลียวนาร์ด เดรก (Leonard Drake) ได้นำเสนอแนวทางด้วยศาสตร์ใหม่จากการวิเคราะห์สภาพผิว ที่เรียกว่า “Face Mapping” เป็นกระบวนการพิสูจน์และวิเคราะห์สภาพผิวด้วยศาสตร์ตะวันออก ซึ่งเป็นหนึ่งในปรัชญาความคิดเบื้องต้น ที่ว่า "ผิวหน้าสามารถบ่งบอกได้ถึงสุขภาพภายในร่างกายที่มีผลกระทบต่อผิวพรรณ” ทำให้เข้าใจได้ถึงสาเหตุการเกิดปัญหาสุขภาพผิวได้ ซึ่งจะเป็นการวิเคราะห์สภาพผิวที่ละเอียดกว่าการวิเคราะห์ผิวโดยทั่วไป โดยแบ่งส่วนใบหน้า ลำคอ และแผ่นอก ดังนี้


สิวบอกโรค โซนที่ 1 และ โซนที่ 3
ตำแหน่งที่สิวขึ้น: หน้าผากด้านซ้าย และหน้าผากด้านขวา
ปัญหาภายในร่างกายของผู้เป็นสิวเกี่ยวกับ: การย่อยอาหาร กระเพาะปัสสาวะ ต่อมหมวกไต
สาเหตุของอาการที่ผิดปกติ: เนื่องจากคุณมีความเครียดสูง ล้างหน้าไม่สะอาด เพราะทารองพื้นหรือแต่งคิ้วมากไป
แนวทางการดูแลสุขภาพ: ดังนั้นอาจต้องดื่มน้ำมากขึ้นหรือทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ และล้างหน้าให้สะอาด

สิวบอกโรค โซนที่ 2
ตำแหน่งที่สิวขึ้น: หว่างคิ้ว
ปัญหาภายในร่างกายของผู้เป็นสิวเกี่ยวกับ: ตับ
สาเหตุของอาการที่ผิดปกติ: อาจมีปัญหาในการย่อยแลคโทส (ดื่มนมไม่ได้) การรสจัดหรืออาหารกินอาหารดึกเกินไป
แนวทางการดูแลสุขภาพ: คุณควรงดหรือลดรับประทานอาหารที่ทีรสจัดเกินไป และต้องไม่กินจุกกินจิกในตอนดึก

สิวบอกโรค โซนที่ 4, 10
ตำแหน่งที่สิวขึ้น: ใบหูทั้ง 2 ข้าง
ปัญหาภายในร่างกายของผู้เป็นสิวเกี่ยวกับ: ไต
สาเหตุของอาการที่ผิดปกติ: ล้างแชมพูหรือสบู่ออกไม่หมด ใช้โทรศัพท์มือถือมากเกินไป ดื่มกาแฟ แอลกอฮอล์หรือกินเนื้อสัตว์มากเกินไป
แนวทางการดูแลสุขภาพ : หากรู้สึกร้อนที่หู คุณอาจต้องลดการรับประทานเนื้อสัตว์ลง

สิวบอกโรค โซนที่ 5, 9
ตำแหน่งที่สิวขึ้น: แก้มทั้ง 2 ด้าน
ปัญหาภายในร่างกายของผู้เป็นสิวเกี่ยวกับ: - แก้มส่วนบน ไซนัสและปอด
                                                                             - แก้มส่วนล่าง เหงือก และฟัน
สาเหตุของอาการที่ผิดปกติ: สูบบุหรี่จัด หรือแพ้ควันบุหรี่ ภูมิแพ้ เป็นหวัดเรื้อรัง หรืออาจใช้บลัชออนและรองพื้นไม่เหมาะสม ถ้าเป็นริ้วรอยลึกบริเวณโหนกแก้มอาจบ่งบอกถึงปัญหาเรื่องปอดหรือการหายใจ ถ้ามีสิวแบบเป็น ๆ หายๆ ที่แก้มด้านล่างอาจมีปัญหาเรื่องเหงือกและฟัน หรือโทรศัพท์มือถือไม่สะอาด
แนวทางการดูแลสุขภาพ: คุณควรลด/ละ/เลิก การสูบบุหรี่ลงได้จะดีมาก พร้อมทั้ง ควรออกกำลังกายสม่ำเสมอ ทานอาหารครบ 5 หมู่ และเป็นประโยชน์ต่อสุขภาพ แต่ถ้าไม่ได้สูบบุหรี่ คุณควรลองสำรวจและเปลี่ยนใช้บลัชออน, รองพื้นที่อ่อนโยน ไม่ระคายเคืองให้เหมาะกับสภาพผิวของคุณ หรือหมั่นทำความสะอาดมือถือของคุณอยู่เสมอ หรือคุณลองสำรวจตรวจสุขภาพของเหงือกและฟันภายในช่องปาก ง่ายๆด้วยตัวเอง และที่สำคัญคือ คุณต้องดูแลเรื่องความสะอาดบนใบหน้าอยู่เสมอ

สิวบอกโรค โซนที่ 6, 8
ตำแหน่งที่สิวขึ้น: รอบดวงตาทั้ง 2 ข้าง
ปัญหาภายในร่างกายของผู้เป็นสิวเกี่ยวกับ: ไต และปัญหาภูมิแพ้
สาเหตุของอาการที่ผิดปกติ: เครื่องสำอางที่ใช้อาจไม่เหมาะ หรือใส่แว่นตาที่เสียดสีมาก รอยคล้ำอาจเกิดจากการมีสารพิษตกค้างในร่างกายมาก หรือผักผ่อนน้อย เปลือกตาหากมีความระคายเคืองอาจมาจากการเป็นภูมิแพ้ หรือขาดสารอาหาร
แนวทางการดูแลสุขภาพ: ลองทำดีท็อกล้างสารพิษบ้าง (ซึ่งทำได้ง่ายๆด้วยสูตรวิธีแบบธรรมชาติ ด้วยตนเอง), ควรพักผ่อนให้เพียงพอ และออกกำลังกายอย่างน้อยอาทิตย์ละ 3 ครั้ง/สัปดาห์

สิวบอกโรค โซนที่ 7
ตำแหน่งที่สิวขึ้น: จมูก และเหนือริมฝีปาก
ปัญหาภายในร่างกายของผู้เป็นสิวเกี่ยวกับ: หัวใจ และระบบสืบพันธุ์
สาเหตุของอาการที่ผิดปกติ: หากมีผิวสีแดงเข้มที่จมูก อาจบ่งบอกถึงโรคความดันโลหิตสูง การอุดตันหรือสีผิวไม่สม่ำเสมอ บอกถึงผลกระทบจากฮอร์โมน เช่นกำลังมีประจำเดือน วัยทอง การใช้ยาคุมกำเนิด
แนวทางการดูแลสุขภาพ: ควรหมั่นดูแลสุขภาพร่างกายให้แข็งแรงอยู่เสมอ ด้วยการพักผ่อนให้เพียงพอ, ทานอาหารที่เป็นประโยชน์ต่อสุขภาพ, ออกกำลังกายสม่ำเสมออย่างน้อย 3 ครั้ง/ อาทิตย์, การกำจัดความเครียด มีสุขภาพจิตที่ดีอยู่เสมอ

สิวบอกโรค โซนที่ 11, 13
ตำแหน่งที่สิวขึ้น: ใต้ริมฝีปากด้านซ้าย และขวา
ปัญหาภายในร่างกายของผู้เป็นสิวเกี่ยวกับ: รังไข่
สาเหตุของอาการที่ผิดปกติ: อาจทำความสะอาดได้ไม่พอ หรือมาจากความสมดุลทางฮอร์โมน หากมีปัญหาการอุดตันช่วงใบหู อาจแสดงว่าฟันกรามมีปัญหา หรือว่าเพิ่งผ่าตัดฟันมา หรืออาจเกิดจากการมีรอบเดือน
แนวทางการดูแลสุขภาพ: ลองตรวจเช็คสภาพฟันภายในช่องปากของคุณว่ามีปัญหาใดหรือไม่ ถ้ามี ควรดูแลรักษาสภาพฟันในช่องปากให้เรียบร้อย เพื่อสุขภาพฟันที่ดีของคุณ, พร้อมทั้งดูแลเรื่องการทำความสะอาดของร่างกาย เพื่อสุขอนามัยที่ดี

สิวบอกโรค โซนที่ 12
ตำแหน่งของสิว: ปลายคาง
ปัญหาภายในร่างกายของผู้เป็นสิวเกี่ยวกับ: กระเพาะอาหาร และลำไส้เล็ก
สาเหตุของอาการที่ผิดปกติ: อาจกินอาหารรสจัดเกินไปจนลำไส้มีปัญหาในการดูดซึม
แนวทางการดูแลสุขภาพ: คุณควรงดรับประทานอาหารที่ทีรสจัดเกินไป และควรดูแลระบบขับถ่ายให้เป็นปกติ (เพราะโดยปกติแล้ว ร่างกายคนเราจะขับถ่ายของเสียออกมาทุกวัน)

สิวบอกโรค โซนที่ 14
ตำแหน่งที่สิวขึ้น : ลำคอ และหน้าอก
สาเหตุของอาการที่ผิดปกติ :ความเครียดสูง
แนวทางการดูแลสุขภาพ : คุณต้องจัดการกับความเครียดด้วยการหาวิธีผ่อนคลาย เช่น การออกกำลังกาย, พูดระบายความเครียด, นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ หรือวิธีอื่นๆ เพิ่มเติมได้ที่ 10 วิธีสลายความเครียด ในชั่วพริบตา

นี่เป็นเพียงแค่รายละเอียดเพียงเล็กน้อยของการวิเคราะห์สภาพผิวหน้าที่ทำให้รู้ได้ถึงสุขภาพภายในร่างกาย ซึ่งจะทำให้เราทราบได้ว่าจะต้องดูแลบำรุงทั้งสุขภาพภายในและภายนอกอย่างไร เพื่อแก้ไขปัญหาได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพียงแค่นี้คุณก็จะมีทั้งสีหน้า แววตาและผิวพรรณที่เป็นสุขได้แล้ว
*** วันนี้ถ้าส่องกระจกดูสิว ก็อย่าลืมสังเกตสุขภาพร่างกายไปพร้อม ๆ กันด้วยนะคะ

ขอขอบคุณข้อมูลดีๆจาก: ไทยโพสต์
ภาพประกอบจาก: kapook.com

วันอังคารที่ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2555

วิธีทำให้ผิวขาวหน้าใส ด้วยสมุนไพรไทย

วิธีทำให้ผิวขาวหน้าใส ด้วยสมุนไพรไทย

ผิวขาว หน้าใส ย่อมเป็นสิ่งที่ใครๆ ก็ปรารถนา ยอมเสียเงินจ่ายไปกับเครื่องสำอางสารพัดเพียงเพื่อต้องการเป็นเจ้าของผิวขาวสวยใส แต่ผลที่ได้รับกลับมาอาจไม่เป็นดั่งที่หวังไว้ อาจเกิดผื่นแพ้ รอยแดงคล้ำ จากเครื่องสำอางราคาแพงเหล่านั้น แต่คุณรู้หรือไม่ว่า ที่จริงแล้วคุณไม้ต้องสิ้นเปลืองเงินทองไปกับผลิตภัณฑ์ที่ยกสรรพคุณว่าเป็นสารสกัดจากธรรมชาติเหล่านั้นเลย เพราะวันนี้เรามีสูตรวิธีทำให้ผิวขาวสวยด้วยสมุนไพรมาฝากคุณผู้หญิงทั้งหลายค่ะ มีด้วยกันหลายสูตร อ่านแล้วนำไปทำดูนะค่ะ

ว่านหางจระเข้ : ช่วยให้ใบหน้าสวยเปล่งปลั่ง
ว่านหางจระเข้จะช่วยให้ใบหน้าคุณสวยเปล่งปลั่งได้อย่างไรบ้าง
1. สามารถรักษาผิวไฟไหม้ น้ำร้อนลวก หรือผิวที่ถูกแสงแดดเผาไหม้จนเกรียมได้อย่างมีประสิทธิภาพทีเดียว ว่านหางจระเข้นี้จัดเป็นยาเย็น ส่วนมากใช้แล้วจะรู้สึกเย็นสบายบริเวณผิวหนังที่แสบร้อนจากการเผาไหม้
วิธีใช้ นำว่านหางจระเข้สักก้านหนึ่งเลือกก้านที่แก่ ๆ สักหน่อย ล้างน้ำให้สะอาดฝานเอาเปลือกออก ล้างน้ำให้สะอาดอีกครั้งอย่าให้มีเมือกสีเหลือง ๆ ติดอยู่ เพราะอาจก่อให้เกิดอาการแพ้ได้ ให้ใช้แต่วุ้นสีขาวเอาไปทา หรือถ้าเป็นแผลจากน้ำร้อนลวกและไฟไหม้ ก็ฝานวุ้นว่านหางจระเข้ไปวางทับที่ปากแผล

2. สามารถช่วยลดอาการที่เกิดจากผื่นคันที่มีสาเหตุมาจากการแพ้สารเคมีต่าง ๆ ใครที่ผ่านการใช้เครื่องสำอางที่มีสารเคมีเยอะกัดผิวหน้าจนแดงเป็นปื้น หันมาใช้ว่านหางจระเข้ ช่วยรักษาดีกว่า จะได้ฟื้นฟูสภาพผิวพรรณให้สวยเปล่งปลั่งเหมือนเดิม
วิธีใช้ เช่นเดียวกับการรักษาแผลจากไฟไหม้ น้ำร้อนลวก

3. ลบรอยแผลเป็นที่เกิดจากสิวและฝ้าบนใบหน้า หลายคนที่เจอกับปัญหานี้ ก็ลองหันมาใช้ว่านหางจระเข้รักษาดู ในกลุ่มวัยรุ่นมักจะเจอปัญหารอยแผลเป็นจากสิว ใบหน้าเป็นจุดด่างดำ แต่ขอแจ้งให้ทราบนิดหนึ่งว่าอย่านำว่านหางจระเข้ไปใช้รักษาสิว เพราะตัวมันเองไม่มีสรรพคุณเช่นนั้น แต่ในกรณีที่เป็นสิวที่มีหนอง หัวใหญ่ก็สามารถใช้แหะที่หัวสิวนั้นได้ เพราะว่านหางจระเข้มีสรรพคุณช่วยลดการอักเสบได้ ส่วนในกลุ่มผู้ใหญ่ วัยทำงานขึ้นมาหน่อยก็มักจะเจอปัญหาใบหน้าเป็นฝ้า จุดด่างดำ เพราะอายุมากขึ้น

ว่านหางจระเข้เจลพอกหน้า
สรรพคุณ บำรุงผิว ป้องกันฝ้า ลบรอยจุดด่างดำ รักษาสิว
วิธีทำ เลือกใบจากต้นว่านหางจระเข้ที่มีอายุ 1 ปีขึ้นไป โดยเลือกใบล่างสุดซึ่งจะอวบโต มีวุ้นมาก นำมาแช่น้ำเพื่อล้างยางเหลืองๆ ออกให้หมด (ยาง เหลืองมีฤทธิ์ระคายเคืองผิว ทำให้แสบร้อน เป็นผื่นแดง) จากนั้นปอกเปลือกออก แล้วเอาวุ้นที่ได้ล้างน้ำให้สะอาดอีกทีหนึ่ง นำวุ้นไปปั่นหรือใช้มือขยำ ก็จะได้เจลว่าน หางจระเข้ การใช้ว่านหางจระเข้สดได้ผลดีกว่าผลิตภัณฑ์แปรรูป ซึ่งจะมีปัญหาการคงตัวเมื่อถูกความร้อน
วิธีใช้ ล้างหน้าให้สะอาด เช็ดหน้าให้แห้ง แล้วใช้เจลพอกทั่วใบหน้ายกเว้นรอบดวงตาและรอบปาก ทิ้งไว้ประมาณ 20 นาที จึงล้างออก สูตรนี้เหมาะสำหรับคนผิวมัน สำหรับคนผิวแห้งไม่ควรใช้ว่านหางจระเข้เดี่ยว ๆ ควรเติมน้ำมันมะกอกกับไข่แดง ตีให้เข้ากัน แล้วจึงพอกหน้า ทิ้งไว้ประมาณ 20 นาที แล้วจึงล้างออกด้วยน้ำสะอาด
ข้อควรระวัง: ไม่ควรใช้ว่านหางจระเข้กับสิวหัวหนอง เพราะฟิล์มจากว่านจะทำให้สิวหายช้า
                     อาจทดลองทาวุ้นบริเวณท้องแขนดูก่อน หากมีผื่นแดงหรือคันไม่ควรใช้ทาหน้า


มะขาม : ช่วยแก้ไขปัญหาผิวแห้งกระด้างเป็นขุย
มะขามเป็นความงามจากก้นครัวอีกชนิดหนึ่งที่ใช้กันต่อเนื่องมายาวนานบรรดาสุภาพสตรีทั้งหลายในยุคเก่าคุ้นเคยกันมากกับการนำมะขามมาใช้อาบน้ำ-ล้างหน้า แทนการใช้สบู่หรือครีมล้างหน้า และครีมอาบน้ำ จะช่วยให้ผิวหนังไม่แห้ง แสบ หรือคัน

คนที่มีปัญหาผิวแห้ง กระด้าง ขาดความชุ่มชื้น ดูแล้วไร้ชีวิตชีวา ถ้าหันมาใช้มะขามเปียกประมาณ 1 กำมือ ใช้ถูเนื้อตัวร่างกาย ทำความสะอาดผิวหน้าทุกวัน ไม่นานจะเห็นผลทันทีเลยว่าผิวที่เคยมีปัญหามาตลอดนั้นจะนุ่ม ผิวไม่แห้งเนื้อตัวไม่ตึง ไม่คัน เห็นได้ว่าผิวพรรณมีชีวิตชีวาอย่างไม่น่าเชื่อเลย หรือท่านที่อาศัยอยู่ในบริเวณที่มีอากาศหนาวเย็นหรือช่วงหน้าหนาวแล้ว ยิ่งน่าจะหันมาใช้มะขามเปียกแทนการใช้สบู่ แล้วคุณจะพบว่าหน้าหนาวนี้ผิวคุณจะสวยตลอดฤดูกาลนั้นทีเดียว พออาบน้ำเสร็จก็อาจจะใช้ขมิ้นลูบไล้ผิวกาย ผิวหน้าเพิ่มความสวยอีกดีกรียิ่งดีใหญ่

หรือถ้าอยากจะทำความสะอาดผิวอย่างล้ำลึก ก็ให้ใช้มะขามเปียกแช่น้ำให้เหนียว ๆ หน่อยเอามาพอกหน้าทิ้งไว้ประมาณ 10-15 นาที ล้างออกด้วยน้ำเปล่า คุณจะพบว่าผิวของคุณสะอาดขึ้นอย่างมากทีเดียว

สำหรับผู้ที่มีปัญหาเรื่องฝ้า ก็ใช้มะขามเปียกนี้รักษาได้ วิธีใช้ก็คือ เอามะขามเปียกแช่น้ำพอเหนียว แล้วเอาทั้งกากและเนื้อถูบริเวณที่เป็นฝ้าเบา ๆให้ทั่ว ทิ้งไว้สักพักแล้วล้างออก นอกจากนี้ยังมีสูตรการทำครีมมะขามใช้เอง สามารถใช้แทนสบู่ได้มาฝากอีกด้วย

สบู่ครีมมะขามเปียก
ส่วนผสม
1. มะขามเปียก
2. นมสด
3. น้ำผึ้ง
วิธีทำ
1. เอามะขามเปียกประมาณ 2-3 ฝัก แกะเอาใยออกให้หมด
2. เอามะขามเปียกไปคั้นรวมกับนมสด 6 ช้อนแกง คั้นให้ข้นจนได้ที เสร็จแล้วกรองด้วยผ้าขาวบาง
3. นำน้ำผึ้งผสมกับส่วนผสมที่ได้จากข้อสองแล้วคนให้เข้ากัน (สัดส่วนของสูตรในการทำสบู่ครีมมะขามสามารถปรับได้ตามความต้องการของสภาพผิวหน้า) เสร็จแล้วให้นำไปนึ่งให้สุก เพื่อช่วยยืดอายุสามารถเก็บไว้ได้นาน
วิธีใช้ ใช้เวลาล้างหน้าหรืออาบน้ำ ใช้ครีมทาบาง ๆ ปล่อยทิ้งไว้ให้แห้งแล้วล้างออก
สรรพคุณ ใช้ล้างหน้าแทนสบู่ ชำระสิ่งสกปรก รักษาฝ้า ทำให้ผิวพรรณนุ่มนวล

มะขามเปียกครีมพอกหน้า
สรรพคุณ : บำรุงผิว ลบรอยเหี่ยวย่น ตีนกา
ส่วนผสม มะขามเปียก 1 กำมือ
                นมสดรสจืด 3 ช้อนโต๊ะ 
                น้ำผึ้ง 1 ช้อนโต๊ะ
วิธีทำ มะขามเปียกแกะเม็ดเอารกออกแล้วล้างน้ำให้สะอาดผสมกับนมแล้วขยำให้เข้ากัน กรองด้วยผ้าขาวบางหรือกระชอนตาละเอียด เติมน้ำผึ้งคนให้เข้ากันก็จะได้ครีมมะขามเปียก ใส่ภาชนะมีฝาปิดเก็บไว้ในตู้เย็น
วิธีใช้ ล้างหน้าด้วยน้ำสะอาด ทาครีมมะขามเปียกทิ้งไว้ 10 นาที ล้างด้วยน้ำสะอาด สูตรข้างต้นนี้เหมาะกับคนผิวมัน ถ้าคนผิวแห้งให้ลดมะขามเปียก เพิ่มปริมาณนมสดกับน้ำผึ้งให้มากขึ้น

ทนาคา100%



ถ้าเป็นสมุนไพรไทยที่เกี่ยวกับผิวพรรณละก็ต้องนี่เลย "ขมิ้นชัน" แต่ถ้าเป็นสมุนไพรเคล็ดลับผิวสวยของพม่าก็ต้อง "ทนาคา" หรือ "กระแจะ" ไม้ยืนต้นขนาดเล็กที่เวลานี้ถูกนำมาเป็นส่วนผสม ในผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางหลากหลาย เนื่องจากเป็นที่ทราบกันดีว่า "ไม้ทนาคา" นั้น พม่าใช้ฝนกับหินผสมกับน้ำ ใช้ประทินผิวมาแต่โบราณ จนมีสำนวนเปรียบเทียบว่า "ผิวพม่านัยน์ตาแขก"ผิวสาวพม่าส่วนใหญ่จึงสวย เนียน และผิวค่อนข้างละเอียด เนื้อไม้ทนาคา ซึ่งเป็นสมุนไพรที่พบได้มาก จากทางฝั่งพม่า เมื่อตากแห้งสนิทและนำมาบดผงแล้วสามารถนำมาผสมทำครีมพอกหน้าได้อย่างวิเศษ
สามารถผสมกับ: 
*น้ำผึ้ง(สำหรับคนผิวแห้ง)
*น้ำมะขามเปียก(สำหรับผิวที่ด่างดำ)
*ขมิ้นชัน(สำหรับผิวที่มีสิว)
*นมสดรสจืด(สำหรับผิวที่ต้องการความนุ่มเนียน)
*โยเกิร์ต (สำหรับผิวที่ต้องการความนุ่มและใส)
เมื่อบดผสมจนเข้าเป็นเนื้อเดียวกันแล้ว ก็จะได้ครีมสำหรับพอกหน้าที่มีเนื้อสัมผัสไม่ถึงกับละเอียดนัก ทั้งนี้ เพื่อช่วยผลัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วให้หลุดออกเผยผิวใหม่ เนื้อครีมอุดมไปด้วยสมุนไพร ที่มีสรรพคุณช่วยประทินผิว มีกลิ่นหอมสมุนไพรธรรมชาติ (ไม่แต่งกลิ่น) และไม่มีสารที่เป็นอันตรายต่อผิว"
วิธีใช้ เพียงนำครีมผสมให้ข้น(ผสมครั้งต่อครั้ง ห้ามผสมทิ้งไว้) มาพอกทิ้งไว้ประมาณ 30 นาที แห้งแล้วใช้มือขัดออก ทำทุกวันก่อนอาบน้ำ แค่สัปดาห์เดียวจะรู้สึกว่าผิวหน้า ที่แห้งหยาบกร้าน กลับมาชุ่มชื้นมีน้ำมีนวล และดูเนียนขึ้น รูขุมขนกระชับขึ้น ส่วนริ้วรอยจากฝ้า หรือกระ ที่มีอยู่จะค่อยๆ จางลง

*** นี่คือภูมิปัญญาจากสมุนไพรพื้นบ้าน ที่สามารถแต่งเติม ความงามได้ไม่แพ้ครีมของนอก หรืออีกนัย ถ้าคุณได้ลองอาจจะดีกว่าของนอก ถูกกับผิวชาวเอเชียอย่างเรามากกว่าด้วยซ้ำค่ะ*
ข้อมูล ความมหัศจรรย์ของทนาคา จากไทยรัฐ ฉบับวันที่ 21มค.48 หน้า7

ว่านนางคำ100%



ว่านนางคำ มีชื่อวิทยาศาสตร์ คือ Curcuma amada (aromatica) หัวว่านมีสีเหลืองเข้ม กลิ่นหอม เป็นสมุนไพรตัวหนึ่งของต้นตำรับความงามโบราณ มีเรื่องเล่ากันว่า "พระนางคลีโอพัตรา" ใช้ว่านนางคำเป็นตัวช่วยประทินผิวให้งดงามอยู่ตลอดเวลา ในหัวว่านนางคำมีสาร curcumin และวิตามินหลายชนิด ช่วยบำรุงผิว ป้องกันเม็ดผดผื่น ช่วยทำสะอาดผิวกาย ลดรอยตกกระและจุดด่างดำ เนียนนุ่ม รักษาผดผื่นคัน และรักษาอาการคันจากการแพ้ตามร่างกายรักษาผิวพรรณให้ดูผุดผ่องสวยงามดี รักษาโรคผิวหนัง
วิธีใช้ สำหรับผิวหน้าและผิวกาย ใช้ขัดและพอกผิวโดยผสมกับน้ำ หรือถ้าจะให้ได้ผลดี ควรผสมกับนม หรือโยเกิร์ต กับน้ำผึ้ง จะช่วยทำให้ผิวนุ่มเนียน สวยยิ่งขึ้น

ขอขอบคุณข้อมูลเพิ่มเติมดีๆ จาก:
มูลนิธิสุขภาพไทย โทร.954-3490-1
thaikasetsart.com
หมออนามัยตาพระ

วิธีทำให้ผิวขาวใส แบบธรรมชาติ

วิธีทำให้ผิวขาวใส แบบธรรมชาติ - คุณรู้หรือไม่ว่า พืชผักผลไม้ที่เราสามารถหาได้ง่ายๆ ในครัวเรือน นอกจากจะมีประโยชน์ต่อสุขภาพแล้ว ยังมีสรรพคุณมากมายที่ช่วยในการบำรุงผิวพรรณของคุณอีกด้วย เพราะในผักผลไม้ ล้วนมีวิตามิน แร่ธาตุ สารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกายและผิวพรรณ ช่วยให้ผิวของคุณฟื้นฟูและกลับมาสวยได้ดั่งเดิม หรือหากว่าคุณมีผิวที่สวยอยู่แล้ว ก็จะส่งผลให้ผิวของคุณดียิ่งขึ้น อยากเป็นเจ้าของผิวหน้าขาวใส ผิวกายเปล่งปลั่ง แถมไม่ต้องสิ้นเปลืองเงินทอง ต้องรีบอ่าน…ด้วยสูตรวิธีทำให้ผิวหน้าขาวใส แบบธรรมชาติที่เราได้นำมาฝาก ดังนี้ค่ะ


1.กล้วย
กล้วย ไม่ว่าจะกล้วยหอม กล้วยน้ำว้า กล้วยไข่ ล้วนให้คุณค่าด้านสุขภาพกับเราทั้งสิ้น จะกินก็ได้ จะเอามาทำสวยก็ดี สำหรับสาวผิวแห้ง ผมแห้ง กล้วยเป็นอีกทางเลือกหนึ่งในการแก้ปัญหาได้ สำหรับสาวผิวแห้ง กล้วยจะช่วยบำรุงให้ผิวชุ่มชื่นขึ้นได้ เพราะโปรตีนและไขมันตามธรรมชาติ ทั้งนี้ยังช่วยลบริ้วรอยด้วย ส่วนคนที่มีปัญหาผมและหนังศีรษะแห้ง กล้วยจะเสริมความเงางาม และยังทำให้ผมมีน้ำหนักดีขึ้น มาดูกันเลยว่า สูตรหน้าใส ด้วยกล้วยนั้น มีอะไรบ้าง

มาส์กผิวนุ่มชุ่มชื้นด้วยกล้วยหอม 
ส่วนผสม กล้วยหอมสุก 1 ผล, น้ำผึ้ง 1 ช้อนโต๊ะ, ไข่ขาว 1 ฟอง, ดินสอพองบด 1 ช้อนโต๊ะ, โยเกิร์ต 1 ช้อนโต๊ะ
วิธีทำ
1.ตีไข่ขาว เทโยเกิร์ตและน้ำผึ้งลงไป ตามด้วยดินสอพอง คนให้เข้ากันจนเนื้อเนียนละเอียด
2.บดกล้วยหอมสุกจนเนื้อละเอียดเนียน แล้วลงผสมกับส่วนผสมในข้อ 1
เมื่อได้ส่วนผสมเรียบร้อยแล้ว จากนั้นล้างหน้าให้สะอาด ทาส่วนผสมที่ได้บนใบหน้า คอ และไหล่ นวดเบา ๆ ให้ทั่ว ทาให้หนาพอควร ทิ้งไว้ประมาณ 15 นาที จากนั้นล้างออกด้วยน้ำอุ่น (แต่ไม่อุ่นจัด)
ทำเป็นประจำประมาณ 3-4 ครั้ง/สัปดาห์ ผิวหน้าจะดูนุ่มนวลและสดใสมากขึ้น

กล้วยน้ำว้าสบู่ถนอมผิวหน้า
สรรพคุณ : ช่วยทำความสะอาดผิดหน้าได้ดี ทำให้ผิวหน้าชุ่มชื้น
ส่วนผสม กล้วยน้ำว้า 2 ผล
                 มะนาว       1 ผล
วิธีผสม ปอกเปลือกกล้วยออกหั่นเป็นชิ้นเล็กๆนำลงเครื่องปั่นบดให้ละเอียด นำมะนาวผ่าขวางแล้วคั้นเอาแต่น้ำเทลงในกล้วยที่บดเรียบร้อยแล้วคนให้เข้ากัน
วิธีใช้ 
ใช้น้ำสะอาดลูบหน้าพอให้เปียก ทาสบู่กล้วยถนอมผิวที่เราทำไว้ทาให้ทั่วหน้าพักไว้ 3-5 นาที ล้างออกด้วยน้ำสะอาดจะรู้สึกว่าหน้าสะอาดมากและไม่แห้งตึง

กล้วยน้ำว้าครีมพอกหน้า
สรรพคุณ: บำรุงผิวให้เนียนขาวลดริ้วรอยความเหนื่อยล้า
ส่วนผสม กล้วยสุก 2 ผล/น้ำผึ้ง 2 ช้อนโต๊ะ/ น้ำมะนาว 1 ช้อนโต๊ะ/น้ำสะอาดเย็นจัด 1 ขัน
วิธีทำ 
ปอกเปลือกกล้วยออกหั่นเป็นชิ้นเล็กๆนำลงเครื่องปั่นบดให้ละเอียด นำน้ำมะนาวและน้ำผึ้งเทลงไปปั่นผสมกันให้เป็นเนื้อเดียวสังเกตุถ้าเนื้อครีมเริ่มฟูก้อใช้ได้
วิธีพอกหน้า
ล้างหน้าด้วยน้ำสะอาดซับหน้าให้แห้งทาครีมกล้วยน้ำว้าที่ทำไว้ทาให้ทั่วใบหน้ายกเว้น ดวงตาและขอบจมูก พอกทิ้งไว้ประมาน 20-30 นาทีล้างออกด้วยน้ำเย็นจัด 
- ควรพอกครีมกล้วยอาทิตละครั้ง ใบหน้าจะนุ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

กล้วยไข่ไร้สิว
สรรพคุณ ช่วยสมานผิว ขจัดสิวเสี้ยน
ส่วนผสม กล้วยไข่ 2 ผล / ไข่ไก่เฉพาะไข่ขาว 1 ฟอง / น้ำผึ้ง 1 ช้อนโต๊ะ/น้ำตาลทรายแดง 1 ช้อนโต๊ะ
วิธีทำ
นำกล้วยไข่ปอกเปลือกหั่นเป็นชิ้นเล็กๆแล้วใส่ลงในโถปั่นใส่ไข่ขาวปั่นจนละเอียดแล้วยกลง พักสักครู่ แล้วใส่น้ำผึ้งและน้ำตาลทรายแดงตามลงไป คนให้เข้ากันอย่างช้าๆ
วิธีใช้ 
นำครีมพอกให้ทั่งหน้าเว้นดวงตาใช้นิ้วค่อยๆถูนวดเบาๆ วนทวนเข็มนาฬิกาอย่างช้าๆทำอย่างนี้ประมาน1-2นาทีแล้วทิ้ไว้สักคู่จนรู้สึกตึงจึงล้างออกด้วยน้ำสะอาดเราจะสึกถึงความสะอาดมากเลย

กล้วยหอมและนมสด
สรรพคุณ ช่วยให้ผิวขาวเนียนสวยขึ้น
วิธีทำ
นำมาบดผสมกัน จากนั้นนำไปพอกผิวในบริเวณที่ต้องการ สามารถทำได้วันเว้นวันเช่นกัน

2.น้ำผึ้ง (Apis dorsata)
ได้จากผึ้ง ประกอบด้วยน้ำตาลกลูโคส ฟรุคโตส ขี้ผึ้ง อัลบูมินอยด์ ละอองเกสรดอกไม้ และฮอร์โมนเอสโตรเจน จำนวนเล็กน้อย น้ำผึ้งใช้เป็นส่วนประกอบ ของเครื่องสำอาง ใช้พอกหน้า ทำให้ผิวหน้าชุ่มชื่น เปล่งปลั่งมีน้ำมีนวลขึ้น น้ำผึ้งยังมีคุณสมบัติช่วยสมานผิว น้ำผึ้งเป็นเครื่องสำอางจากธรรมชาติ ที่ให้ประโยชน์สูง และหาง่าย นอกจากนี้ยังใช้น้ำผึ้งบำรุงผม ฮอร์โมนเอสโตรเจน จะช่วยบำรุงหนังศีรษะ และกระตุ้นการงอกของเส้นผม
วิธีทำ
ให้ผิวขาว ด้วยน้ำผึ้งและโยเกิร์ต นำส่วนผสมดังกล่าวพอกลงบนใบหน้าหรือผิวกายประมาณ 30 นาทีก่อนล้างออก ช่วยให้ผิวขาวและนุ่มขึ้นได้ สามารถทำได้วันเว้นวันค่ะ

3.มะเขือเทศ (Lycopersicon esculentum Mill.)
ในมะเขือเทศ จะมีสาร Curotenoid และมีวิตามินหลายชนิด น้ำจากผลมะเขือเทศสุก จะมีสาร licopersioin ซึ่งมีฤทธิ์ฆ่าเชื้อรา และแบคทีเรีย และน้ำมะเขือเทศสดนำมาพอกหน้าจะรักษาสิวสมานผิวหน้าให้เต่งตึง หรืออาจจะฝานบางๆ แปะลงบนผิวหน้าก็ได้
สรรพคุณ สมานผิว ลดรอยเหี่ยวย่น จุดด่างดำ
ส่วนผสม มะเขือเทศ               1 ผล
                 รำข้าวหรือข้าวโอ๊ต 1 ช้อนโต๊ะ
วิธีทำ
นำมะเขือเทศไปปั่นหรือบดให้ละเอียด กรองเอาแต่น้ำผสมรำข้าวหรือข้าวโอ๊ตคนให้เข้ากัน
วิธีใช้
ล้างหน้าให้สะอาด เช็ดหน้าให้แห้งพอกครีมมะเขือเทศทิ้งไว้นานเท่าที่มีเวลาแล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด ในมะเขือเทศมีวิตามินเอมาก ซึ่งเป็น วิตามินที่ละลายได้ดีในน้ำมัน การใช้รำข้าวหรือข้าวโอ๊ตเป็นส่วนผสม เพื่อให้น้ำมันในรำข้าวหรือข้าวโอ๊ตเป็นตัวพาวิตามินเอเข้าสู่เซลผิวหน้าได้ดีกว่า การฝานมะเขือเทศมาแปะหน้าเพียงอย่างเดียว สูตรนี้ใช้ได้ทั้งคนผิวแห้งและผิวมัน

4.แตงกวา (Cucumis sativas Linn.)
จะมีวิตามินสูง ในผลแตงกวายังมีเอ็นไซม์ cryssin ซึ่งช่วยย่อยโปรตีนได้ เอ็นไซม์ชนิดนี้ จะช่วยย่อยผิวหนังที่หยาบกร้าน ให้หลุดออกไป เพื่อให้ผิวใหม่ที่อ่อนนุ่ม เกิดขึ้นมาแทนที่ บางคนใช้แตงกวาสด ผ่าเป็นชิ้นบางๆ วางบนใบหน้าที่ล้างสะอาด แทนน้ำแตงกวา ปัจจุบันมีน้ำแตงกวาผสมในเครื่องสำอาง เช่น ครีมล้างหน้า ครีมทาตัว เพื่อช่วยให้ผิวไม่หยาบกร้าน และช่วยสมานผิว แตงกวาเป็นสมุนไพร ที่หาง่าย มีประโยชน์ ราคาถูก ใช้ติดต่อกับเป็นประจำ จะทำให้สวนสดชื่น มีน้ำมีนวล
สรรพคุณ สมานผิว ลบรอยเหี่ยวย่น
ส่วนผสม แตงกวา              1 ผล
                ไข่ขาวจากไข่ไก่ 1 ฟอง
                 น้ำมะนาว           1 ช้อนชา
วิธีทำ
ปอกเปลือกแตงกวาล้างน้ำให้สะอาด หั่นเป็นชิ้นเล็กๆ นำไปปั่นให้ละเอียด เติมไข่ขาวและน้ำมะนาวปั่นจนเป็นเนื้อเดียวกัน จะได้ครีมพอกหน้าแตงกวา
วิธีใช้
ล้างหน้าให้สะอาด เช็ดให้แห้ง ใช้ครีมแตงกวาพอกให้ทั่วหน้า ยกเว้นรอบปากและดวงตา ทิ้งไว้ 20 นาทีล้างออกด้วยน้ำสะอาด สูตรนี้เหมาะ กับคนผิวมัน สำหรับคนผิวแห้ง ให้นำแตงกวาไปตุ๋นจนเละแล้วกรองเอาเฉพาะน้ำมาทาหน้า ทิ้งไว้ 15 นาที ล้างออกด้วยน้ำสะอาด

ลองนำสูตรสมนไพร สูตรหน้าใสต่างๆ เหล่านี้ไปทำกันดูนะค่ะ เพื่อใบหน้าที่ขาวใสเป็นธรรมชาติ
ขอขอบคุณข้อมูลดีๆ จาก: thaikasetsart.com และ tay2014.allblogthai.com

วันจันทร์ที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2555

มารู้จัก AHAs กับ BHA กันเถอะ

หลายๆคนคงเคยได้ยินชื่อของสาร ที่มีชื่อว่า AHAs และ BHA ที่มัดปรากฎอยู่ในเครื่องสำอางค์กันมาแล้วนะคะ ว่าแต่ว่าเจ้าสาร 2 ตัวนี้ มันมีความสำคัญและคุณสมบัติอย่างไรไปทำความรู้จักกันเถอะค่ะ


AHAs (Alpha Hydroxy Acids)
เป็นกรดที่สกัดจากอ้อย ไวน์ นมเปรี้ยว และผลไม้อย่าง แอปเปิ้ล องุ่น หรืออาจได้มาจากการสังเคราะห์ AHAs มีผลในการขจัด เซลล์ผิวชั้นบนที่ตายแล้วให้หลุดออก เผยให้เห็นผิวใหม่ที่สวยใส เรียบเนียน แต่ AHAs ก็สามารถก่อให้เกิดอาการระคายเคืองได้เช่นเดียวกัน หากขัดลอกผิวออกไปมาก ผิวอาจอ่อนแอต่อแสงแดดได้เช่นเดียวกัน หากขัดลอกผิวออกไปมาก ผิวอาจอ่อนแอต่อแสงแดดได้

ดังนั้น เครื่องสำอางค์หลายๆ ยี่ห้อ จึงพยายามให้สูตรอ่อนละมุนต่อผิว ด้วยการเพิ่มส่วนผสมของกันแดดที่มีสารสกัดจากชาเขียว คาโมมายล์ ซึ่งมีคุณสมบัติในการปลอบประโลมผิวและเป็นสารกันแดดลงไปด้วย

ผู้เชี่ยวชาญบางคนเชื่อว่า AHAs สามารถทำให้ริ้วรอยตื่นขึ้น เนื่องมาจากอาการระคายเคือง ทำให้ผิวบวมหนาขึ้นได้ ริ้วรอยจึงจางลง (บวมหนาเพื่อปกป้องตนเอง) แต่บางคน เห็นว่าเป็นการกระตุ้นการเสริมสร้างคอลลาเจน

ข้อแนะนำในการใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของ AHAs
- สำหรับผู้ที่มีผิวบอบบางแพ้ง่ายควรทดลองทาบริเวณท้องแขน หลังใบหูก่อนการใช้จริงสัด 2-3 วัน เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหา การระคายเคืองทั่วใบหน้า

- ควรใช้คู่กับผลิตภัณฑ์ปกป้องผิวจากแสงแดด เช่น ครีมกันแดดที่มี SPF15 เป็นอย่างน้อย

- ยังไม่มีการทำวิจัยในเรื่องผลกระทบ และอาการข้างเคียงต่อการใช้ AHAs ในการทาผิวร่วมกับการรับประทาน หรือใช้ยาบางชนิดที่ทำให้เกิดความไวต่อแสงแดด

- ใช้มากเกินไปอาจไม่เป็นผลดี ยึดคติทางสายกลางจะปลอดภัยกว่า หากใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของ AHAs แล้ว ไม่ควรใช้ผลิตภัณฑ์ประกอบอื่นๆที่มีส่วนผสมของ AHAs อีกเช่น พวกครีมล้างหน้า มาร์ค ครีมขัดผิวต่างๆ

BHA (Beta Hydroxy Acid,salicylic acid)
เป็นสารซาลิไซลิก เอซิด ซึ่งเป็นสารที่ทางการแพทย์ใช้ในการรักษาผิวเป็นเวลานานมาแล้ว เช่น สิว รังแค เชื้อรา ตาปลา และเรื่องผิวทางพันธุกรรม สำหรับคนทั่วไปใช้เป็นผลิตภัณฑ์บำรุงผิวหน้า ในรูปของ BHA เพื่อความผ่องใสอ่อนเยาว์

BHA ในค่พีเอชต่ำ (2.1-2.98) มีประสิทธิภาพในการผลัดเปลี่ยนเซลล์ผิวได้ โดยไม่ก่อให้เกิดอาการระคายเคืองผิว และไม่เปลี่ยนหน้าที่สำคัญของเกราะป้องกันตามธรรมชาติผิวใช้เป็นส่วนประกอบสำคัญในเรื่องสำอางค์ สำหรับผิวที่มีริ้วรอยจากแสงแดด สามารถใช้เป็นประจำทุกวันได้

สำหรับ BHA ความเข้มข้นสูงๆที่ใช้ในวงการแพทย์จะมีประสิทธิภาพสูงในการผลัดเซลล์ผิว ทั้งพื้นที่ผิวและรูขุมขนที่อุดตันได้เป็นอย่างดี แต่อาจก่อให้เกิดการระคายเคืองได้